อันโตนิโอ อาร์โรโย่

ความมุ่งมั่นของ อันโตนิโอ อาร์โรโย่ ในยูเอฟซี นักสู้ที่โชคร้ายพอสมควร

                นับว่า อันโตนิโอ อาร์โรโย่ นั้นเป็นนักสู้ที่โชคร้ายพอสมควร เมื่อตัวเขาจะต้องโดนยกเลิกไฟท์ไปหลายครั้งนับตั้งแต่เข้ามาสู่สมาคมยูเอฟซีตั้งแต่ปี 2019 ผ่านรายการคอนเทนเดอร์ซีรียส์ แต่ทว่ากลับไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือมากนักในปี 2020 จากเดิมที่จะต้องขึ้นชกในเดือนกุมภาพันธ์ที่ตัวเขากลับเกิดป่วยกะทันหันในช่วงการชั่งน้ำหนักจนไม่สามารถขึ้นชกได้ ก่อนที่ไฟท์ต่อมาของเขานั้นจะไม่เกิดขึ้นเนื่องจากคู่ต่อสู้ได้ถอนตัวหรือมีอาการบาดเจ็บจนต้องยกเลิกไปนั่นเอง อันโตนิโอ อาร์โรโย่ เมื่อตัวเขาจะต้องโดนยกเลิกไฟท์ไปหลายครั้งสมาคมยูเอฟซี                  ช่วงต้นปี 2020 นั้นทางอันโตนิโอ อาร์โรโย่ได้มีคิวจะต้องขึ้นสู้กับเทรวิน ไกลส์ ซึ่งไม่เกิดขึ้นเนื่องจากตัวของฝ่ายแรกเกิดป่วยหนักหลังจากการชกน้ำหนักที่เกิดขึ้นไปแล้วในเมืองฮิวส์ตัน เทกซัส จนกระทั่งมาจนถึงเดือนพฤศจิกายนที่ตัวเขาจะมีโอกาสเจอกับอันเดรียส มิไชลิดิส แต่ทว่านักสู้คนนี้กลับขอถอนตัวไป จนกระทั่งได้ทางเอริคส์ แอนเดอร์ที่ได้ก้าวเข้ามาสู้แทน แต่ทว่าตัวของเอริคกลับชั่งน้ำหนักไม่ผ่านพร้อมกับต้องรีบเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลทันทีเมื่อมีการชั่งน้ำหนักจบลง                 เมื่ออันโตนิโอ อาร์โรโย่ได้มีโอกาสกลับมาขึ้นชกในรายการยูเอฟซีเวกัสครั้งที่ 17 แล้วนั้น เจ้าตัวก็ออกมาพูดถึงแมตช์ที่จะต้องเจอกับดีรอน วินน์ไว้ว่า เขาจำเป็นต้องตั้งสติอยู่เสมอเพื่อไม่ให้เสียสมาธิไป ซึ่งตัวเขาเกิดกับเรื่องวุ่นวายมากมายทั้งกับโลกใบนี้และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งอาการป่วยในเดือนกุมภาพันธ์กับคู่ต่อสู้ที่ป่วยจนต้องยกเลิกในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเขาอาจจะเสียแรงกระตุ้นไปหากตัวเขาเกิดอารมณ์เสียขึ้นมา นอกจากนี้ยังต้องการจะสู้มาตั้งแต่ช่วงต้นปีแล้วจนต้องรอมาจนถึงปัจจุบัน                 คงจะต้องตามกันว่าไฟท์ของอันโตนิโอ อาร์โรโย่จะเป็นอย่างไรต่อไปในรายการยูเอฟซีเวกัสครั้งที่ 17 เมื่อตัวเขาจะได้เคาะสนิม หลังจากห่างหายจากการสู้ไปกว่าหนึ่งปีแล้ว ซึ่งการขึ้นชกกับดีรอน วินน์นั้นน่าจะเป็นการกอบกู้ชื่อเสียงครั้งสำคัญของตัวเขา นับตั้งแต่แพ้ในไฟท์ล่าสุดเมื่อปีก่อนนั่นเอง สามารถกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และการแข่งขันวงการกีฬาอื่น ๆ เควิน ฮอลแลนด์ […]

Continue Reading
ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น

ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น ที่ถูกเลื่อนออกไปสู่เดือนกุมภาพันธ์ ตามเงื่อนไขป้องกันเชื้อไวรัสโควิด

                กลายเป็นข่าวร้ายของแฟนๆ เทนนิสเลยทีเดียว เมื่อรายการแกรนด์สแลมอย่าง ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น ได้ถูกเลื่อนไปสู่เดือนกุมภาพันธ์ตามเงื่อนไขป้องกันเชื้อไวรัสโควิด ที่จากเดิมนั้นจะต้องเริ่มแข่งขันในช่วงเดือนมกราคมในวันที่ 18 ถึง 31 จนต้องเลื่อนอีกเดือนแทน ส่วนการคัดเลือกนั้นก็จะเกิดขึ้นที่โดฮา ประเทศกาตาร์และเริ่มในวันที่ 10 มกราคม ส่วนผู้ที่เข้ารอบได้นั้นจะต้องเดินทางมายังเมืองเมลเบิร์นตั้งแต่วันที่ 15 เพื่อกักตัว 14 วันเพื่อดูอาการว่าติดเชื้อหรือไม่ ก่อนที่จะเริ่มลงแข่งขันได้ในเวลาต่อมานั่นเอง ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น นี้ถูกเลื่อนไปเพราะต้องการตรวจเชื้อนักกีฬาก่อนนั่นเอง                 ตามกฎที่ทางทีมงานได้วางแผนไว้สำหรับออสเตรเลี่ยนโอเพ่นนั้น ทางผู้เล่นจะต้องถูกกักตัวอยู่ในโรงแรมที่สมาคมได้จัดเอาไว้ โดยพวกเขาจะต้อใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมตลอด 14 วันและจะมีโอกาสอยู่นอกห้องได้เพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้นเพื่อออกไปออกกำลังกาย ฝึกเทนนิสที่สนามซ้อมและรับประทานอาหาร นอกจากนี้จะมีทีมงานเพียงแต่คนเดียวที่สามารถเจอกับนักแข่งคนนั้นๆ โดยพวกเขาจะมีโอกาสซ้อมมือกับคู่ซ้อมเพียงคนเดียวตลอดการกักตัวในระยะเวลา 7 วันแรก หากมีใครฝ่าฝืนกฎนี้นั้นก็จะถูกตัดออกจากการแข่งขันทันที                 นอกจากการการเลื่อนออสเตรเลี่ยนโอเพ่นไปสู่เดือนกุมภาพันธ์แล้วนั้น ทางแดนจิงโจ้ก็จะมีการจัดการแข่งขันเอทีพีทัวร์ที่เมืองเมลเบิร์นเช่นกันและจะเกิดขึ้นก่อนแกรนด์สแลมชื่อดังของพวกเขา แต่ทว่าทางนักแข่งยังจะพอมีข่าวดีอยู่บ้าง เมื่อหลังจากที่พวกเขาได้กักตัวและมีผลตรวจเชื้อออกมาเป็นลบหมดทั้งห้าครั้งแล้ว ทางนักกีฬาก็จะได้รับอนุญาตให้เดินทางและใช้ชีวิตได้อย่างปกติในช่วงที่แข่งขัน เพราะทางประเทศออสเตรเลียเองก็มั่นใจมากว่าในประเทศนั้นสามารถยับยั้งการเกิดเชื้อไวรัสนี้ได้นั่นเอง                 เรียกได้ว่าการแข่งขันออสเตรเลี่ยนโอเพ่นนี้ถูกเลื่อนไปเพราะต้องการตรวจเชื้อก่อนนั่นเอง ซึ่งการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเป็นแกรมสแลมแรกของปีที่หลายคนเฝ้ารอคอย รวมถึงจะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้มีผู้ชมเข้ามาในสนามถึง 1,000 คนตามมาตรการผ่อนปรนการรักาษระยะห่าง แม้ว่าทุกคนยังต้องสวมหน้ากากต่อไปก็ตาม สามารถกดติดตาม การแข่งขันกีฬา และข่าวสารวงการกีฬาเทนนิส นาดาล […]

Continue Reading
การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน

ฤดูกาล การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งหมด 23 สนาม

                จะกลายเป็น การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เมื่อทางสมาคมเอฟไอเอได้ประกาศออกมาว่าในฤดูกาล 2021 จะมีการแข่งขันตั้งแต่เดือนมีนาคมยาวไปจนถึงธันวาคมเลยทีเดียว ซึ่งจะมีทั้งหมด 23 สนามให้นักแข่งได้พิสูจน์ฝีมือกัน โดยจะเริ่มต้นจากการแข่งขันที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะไปจบที่เมืองอาบูดาบีอย่างในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ตามตารางการแข่งขันจะไม่มีการงดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดและทางสมาคมเชื่อว่าจะสามารถแข่งขันได้ตามที่คิดไว้แน่นอน การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ที่แสนยาวนานอย่างแน่นอน หากไม่มีอะไรผิดพลาด                 ในสนามแรกที่จะมีการฟอร์มูล่าวันนั้นจะเป็นการแข่งขันออสเตรเลียกรังด์พรีซ์ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันที่มีแฟนๆ สามารถเข้าชมในสนามได้ เนื่องจากพวกเขามีความเข้มงวดกับการเว้นระยะห่างทางสังคมและระบบติดตามตัวจนทำให้พวกเขาไม่มีการแพร่ระบาดในประเทศอย่างที่อื่น ส่วนสนามอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือการถอนรายการที่เวียดนามออกไป รวมถึงการแข่งขันที่สนามเดิมอย่างเซาเปาโลที่ประเทศบราซิล อีกทั้งการย้ายดัตช์กรังด์พรีซมาอยู่ในช่วงฤดูกาลใบไม้ผลิที่ประเทศยุโรปเพื่อแข่งขันต่อจากสนามที่ประเทศเบลเยี่ยมที่อยู่ติดกันนั่นเอง                 จากตารางของการแข่งขันฟอร์มูล่าวันนั้น ตามฤดูกาลก็จะเปิดตัวในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียกับเมืองซักเคอร์ที่ประเทศบาห์เรนในเดือนมีนาคม มาจนถึงการแข่งขันที่ประเทศจีนกับอีกรายการหนึ่งที่ยังไม่มีการประกาศในเดือนเมษายน ก่อนจะเริ่มทั่วยาวที่ประเทศในทวีปยุโรป อย่างสเปน อาร์เซอไบจาน ฝรั่งเศส ออสเตรีย สหราชอาณาจักร ฮังการี เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ อิตาลี รัสเซีย ก่อนที่จะเริ่มมาในโซนเอเชียอย่าง สิงค์โปรที่ปิดประเทศแข่งขันกัน มาจนถึงญี่ปุ่น และข้ามไปยังทวีปอเมริกาเหนือและใต้อย่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโก ก่อนจะจบที่ตะวันออกกลางอย่างที่รู้กัน                 นับว่าเป็น การแข่งขันกีฬา ฟอร์มูล่าวันที่แสนยาวนานอย่างแน่นอน หากไม่มีอะไรผิดพลาดนั้นฤดูกาลนี้จะลากยาวกว่า 10 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องน่ากังวลเดียวก็คือการแพร่ระบาดของโควิดที่อาจทำให้นักแข่งบางคนไม่สามารถลงเล่นได้ตลอดหรือบังเอิญติดเชื้ออย่าง ลูวิส […]

Continue Reading
โรส นามาจูนาส

โรส นามาจูนาส ที่ต้องการชิงแชมป์สตรอว์เวท กับเจ้าของตำแหน่งอย่างจาง เวยลี

                กลายเป็นการให้สัมภาษณ์ที่ขัดแย้งกันไปเสียอย่างนั้น หลังจากที่ โรส นามาจูนาส ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเธอเองต้องการชิงแชมป์สตรอว์เวทกับเจ้าของตำแหน่งอย่างจาง เวยลี หลังจากที่ทั้งสองเพิ่งจะเก็บชัยชนะมาได้อย่างสวยงาม ซึ่งจางสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างโจอานนา เจดเรคในไฟท์ที่อาจแมตช์แห่งปีก็ว่าได้ ส่วนทางนามาจูดาสนั้นเพิ่งจะสามารถแก้แค้นคู่ปรับเก่าอย่างเจสสิก้า แอนดราเด้มาได้เช่นเดียวกัน แต่ทว่าทางประธานสมาคมยูเอฟซีอย่างดาน่า ไวท์กลับไม่เห้นด้วยที่ทั้งสองจะสู้กันอีกครั้ง จากการสัมภาษณ์ที่สวนทางกันว่า โรส นามาจูนาส ต้องการชิงแชมป์สตรอว์เวทจริงหรือไม่                 ตามคำพูดของทางดาน่า ไวท์นั้น ตัวเขาได้เปิดเผยว่า ทางโรส นามาจูนาสไม่ได้ต้องการชิงแชมป์โลกในเวลานี้อย่างแน่นอน ซึ่งไวท์เชื่อว่า นามาจูนาสไม่ชอบความกดดันที่ตัวเองมีขณะที่ยังเป็นแชมป์อยู่ ซึ่งทางสมาคมจะต้องติดตามเธอต่อไปว่า จะเกิดไฟท์ไหนในอนาคต แต่ทว่าทางคู่หมั้นและโค้ชส่วนตัวของเธอนั้นได้ออกมาปฏิเสธว่า สิ่งที่ไวท์พูดไม่เป็นความจริง เพราะแฟนสาวของเขาต้องการชิงแชมป์อย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครในโลกที่ต้อกงารปฏิเสธการเป็นแชมป์ อีกทั้งหากดาน่า ไวท์สับสนแล้วละก็ให้ติดต่อเขาโดยตรงได้เลย                 จากการสัมภาษณ์ที่สวนทางกันของทั้งสองฝ่ายนั้น ทางโรส นามาจูนาสคงต้องไปเจรจากับสมาคมใหม่อีกครั้งว่าตัวเธอต้องการอะไรแน่ หากทางนักสู้คนนี้ไม่ได้สามารถเจรจากับทางสมาคมได้นั้น ทางดาน่า ไวท์ก็มีตัวเลือกสำรองอยู่เช่นกัน ซึ่งตามลำดับคะแนนนั้น ตัวเขาคงจะยกให้จาง เวยลีเจอกับคาร์ลา เอสปาร์ซ่าแทน โดยเธอคนนี้ถือว่าเป็นคนแรกของรุ่นในสมาคมยูเอฟซี ก่อนที่จะเสียแชมป์สตรอว์เวทให้กับโจอานนา เจดเรคและไม่ได้มีโอกาสทวงแชมป์คืนเลยนับแต่นั้นเป็นต้นมา                 หากทางโรส นามาจูนาสได้ชิงแชมป์นั้นก็คงจะมาถึงจุดที่เธอสามารถกบกู้ชื่อเสียงของตัวเองได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยเสียแชมป์สตรอว์เวทมาก่อน แต่กลับเสียท่าแพ้ให้กับเจสสิก้า อันดราเด้ในปี 2019 […]

Continue Reading
มาร์ล่อน เวร่า

มาร์ล่อน เวร่า จากคำสัมภาษณ์ ที่จะต้องเอาชนะคู่แข่งโจเซ่ อัลโด้ เพื่อจะก้าวขึ้นไปเจอกับรุ่นแบมตัมเวท

                นับว่าเป็นไฟท์ครั้งสำคัญของ มาร์ล่อน เวร่า ก็ว่าได้ เมื่อตัวเขาจะต้องเอาชนะคู่แข่งอย่างโจเซ่ อัลโด้ไปให้ได้จากคำสัมภาษณ์ของเจ้าตัวผ่านรายการวอทเดอะเฮคนั่นเอง ซึ่งเจ้าตัวหวังว่าชัยชนะต่ออดีตแชมป์คนนี้จะทำให้เขาสามารถก้าวขึ้นไปเจอกับนักสู้ชื่อดังของรุ่นแบมตัมเวทได้อย่างจิมมี่ ริเวร่านั่นเอง โดยก่อนหน้านี้นั้นตัวเขาก็สามารถมอบความพ่ายแพ้ให้กับชอน โอมัลเลย์ไปได้ในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 252 ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มาร์ล่อน เวร่า ต้องการเอาชนะเขาเพื่อก้าวไปเป็นแชมป์โลกในอนาคต                 จากคำสัมภาษณ์ของมาร์ล่อน เวร่านั้นตัวเขาได้กล่าวไว้ว่า ตัวเขาเองรู้สึกว่าชื่อของอัลโด้ยังอยู่ในบทสนทนามาโดยตลอด หรือจะเป็นทางโดมินิค ครูซที่อยู่ในชื่อเหล่านั้นมาตลอดเช่นกัน แต่ทว่าชื่อของจิมมี่ ริเวร่ากลับไม่เคยอยู่ในนั้นเลยก็เพราะว่าทุกคนรู้ดีว่า จิมมี่กลัวเขาและคงจะหนีตลอดไป ซึ่งตัวเขาก็รู้เรื่องนี้มานานแล้วเช่นกัน ทว่าทางคู่ต่อสู้ของเขานั้นได้บอกว่า หากตัวของมาร์ล่อนเอาชนะเขาไปได้แล้วนั้น ก็น่าจะได้รับการไต่อันดับไปเจอกับริเวร่าได้ในอนาคตอย่างแน่นอน                 จากคำแนะนำของคู่ต่อสู้ในไฟท์นี้นั้น ทางมาร์ล่อน เวร่าเองก็ได้ออกมาบอกว่า ตัวเองเข้าใจดีกว่าทางยูเอฟซีใช้ระบบจัดการแข่งขันอย่างไร ซึ่งทางโจเซ่ อัลโด้เองก็รู้ดีกว่าหากสามารถเอาชนะตัวเขาได้นั้นก็จะมีโอกาสได้ทำอันดับขึ้นไปชิงแชมป์ได้เหมือนเดิม ส่วนตัวเขาเองก็ต้องการเอาชนะเขาเพื่อก้าวไปเป็นแชมป์โลกในอนาคต โดยไฟท์นี้ถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญของทั้งคู่และทั้งสองไม่ต้องการจะเสียมันไป รวมตัวเขาก็ต้องการพิสูจน์ตัวเองต่อไปว่าสามารถทำได้อย่างที่ตั้งใจไว้                 เรียกได้ว่าคงต้องเอาใจช่วยกับทางมาร์ล่อน เวร่าต่อไปว่าจะสามารถทำได้ตามที่พูดหรือไม่ในรายการยูเอฟซีที่ลาสเวกัสครั้งที่ 17 ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 19 ธันวาคมและเป็นเวลาที่นักสู้ชาวเอกวาดอร์ต้องการจะพิสูจน์ตัวเองว่ามีดีพอจะต่อกรกับนักชกระดับแชมป์ได้หรือไม่นั่นเอง สามารถกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และการแข่งขันกีฬาอื่น ๆที่น่าสนใจ เควิน ฮอลแลนด์ ที่เตรียมสู้หลังจากติดเชื้อโควิด เขาสามารถกลับมาขึ้นสังเวียนยูเอฟซีได้ทันเวลา

Continue Reading
แอนโธนี่ รัมเบิ้ล จอห์นสัน

แอนโธนี่ รัมเบิ้ล จอห์นสัน นักชกลีลาเด็ด ได้เซ็นสัญญากับสมาคมเบลลาทอร์

                นับว่าเป็นการกลับมาที่ทำให้แฟนๆ ประหลาดใจพอสมควร สำหรับทาง แอนโธนี่ รัมเบิ้ล จอห์นสัน ที่ย้ายมาสู่สมาคมเบลลาทอร์หลังจากที่ประกาศแขวนนวมไปกับสมาคมยูเอฟซีในอดีต ซึ่งชื่อเสียงของจอห์นสันนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในนักชกที่มักจะมีลีลาการต่อยที่แฟนยังจดจำและมีการน็อคคู่ต่อสู้อยู่บ่ายครั้งเลยทีเดียว แต่ทว่าหลังจากที่เขาได้เลิกชกไปได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น ตัวเขาก็ได้กลับเข้ามาในวงการอีกครั้งพร้อมกับย้ายค่ายจนทำให้แฟนศิลปะป้องกันตัวตกใจไม่น้อยเช่นกัน แอนโธนี่ รัมเบิ้ล จอห์นสัน ตัวเขาก็ได้กลับเข้ามาในวงการอีกครั้งพร้อมกับย้ายค่าย                 หลังจากที่รัมเบิ้ล จอห์นสันได้ตัดสินใจมาอยู่กับเบลลาทอร์แล้วนั้น เจ้าตัวก็ออกมาเปิดเผยว่า มันมีหลายอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเขาและมันก็ให้เขาต้องเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป ซึ่งตัวเขาก็เลิกชกมาช่วงเวลาหนึ่งจนกระทั่งสัญญากับทางยูเอฟซีหมดลง เขาเริ่มรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ดีกว่าหากเขาต้องเดินจากไป อีกทั้งยังไม่มีความคิดเห็นในแง่ลบและการโจมตีกับสมาคมเก่าอีกด้วย เพราะตัวเขายังคงให้เกียรติและเคารพต่อสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอ โดยตัวเขาพร้อมจะที่จะเดินทางใหม่แล้ว                 ส่วนทางด้านดาน่า ไวท์ที่เป็นประธานของยูเอฟซีนั้นก็ไม่มีความเห็นบาดหมางอะไรกับทางรัมเบิ้ล จอห์นสัน โดยตัวเขายังให้เกียรติกับนักสู้คนนี้เช่นเดิมพร้อมกับบอกเรื่องสัญญาฉบับสุดท้ายของพวกเขาว่า มันเป็นการเจรจาที่ไม่ลงตัวเท่านั้นจนทำให้เจ้าตัวไม่ได้อยู่กับสมาคมต่อไป แต่ตัวเขาไม่ต้องการแจงรายละเอียดของสัญญาที่ว่านั้นเท่าไหร่นัก โดยทางจอห์นสันเองก็ว่าพวกเขาไม่ได้ทะเลาะกัน แต่ว่านักสู้คนนี้เป็นคนที่ใช้กัญชงในการรักษาอาการบาดเจ็บและตามเงื่อนไขของยูเอฟซีนั้นมีความเข้มงวดมากเกินไปนั่นเอง                 กลายเป็นว่าแอนโธนี่ รัมเบิ้ล จอห์นสันได้กลายเป็นนักสู้ของเบลลาทอร์อย่างเต็มตัวไปแล้ว หลังจากที่ทางดาน่า ไวท์ออกมายอมรับเองว่า การเจรจาของพวกเขาไม่เป็นผล ส่วนทางจอห์นสันเองก็ออกมายอมรับว่า ตัวเขาเป็นคนที่ใช้วิธีการรักษาด้วยสมุนไพรอย่างกัญชงหรือกัญชาที่บางรัฐในประเทสได้รับอนุญาตแล้ว แต่ทว่าทางยูเอฟซียังไม่ได้อนุญาตให้นักสู้สามารถใช้วิธีการนั้นได้ สามารถกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และข่าวกีฬาวงมวยที่น่าสนใจ เควิน ฮอลแลนด์ ที่เตรียมสู้หลังจากติดเชื้อโควิด เขาสามารถกลับมาขึ้นสังเวียนยูเอฟซีได้ทันเวลา

Continue Reading
ทีม Dallas Mavericks

J.J Barea ได้ประกาศอำลาอย่างเป็นทางจาก ทีม Dallas Mavericks เป็นที่น่าใจหายของแฟนทีมเป็นอย่างมาก

          ในการแข่งขันบาสเกตบอล NBA ทีม Dallas Mavericks ถือว่าเป็นทีมที่มีแฟนคลับจำนวนมากในประเทศไทยและเป็นอีกหนึ่งทีมที่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันบาสเกตบอล NBA  ในปี 2011 ทีม Dallas Mavericks เป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างมากซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าเป็นเต็งแชมป์บาสเกตบอล NBA เลยก็ว่าได้ซึ่งก็ขับเคี่ยวกับทีม Miami Heat ที่มี Lebron James นำทีม ในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนั้นก็เป็นการเจอกันของทีม Dallas Mavericks และ Miami Heat ทั้ง 2 ทีมนั้นสู้กันอย่างสุดมันส์จนการแข่งขันเข้าสู่เกมที่ 7 ในเกมนั้นการแข่งขันได้เป็นไปอย่างดุเดือดทั้งสองทีมนั้นไม่มีใครยอมใครซึ่งเกมนั้นก็เป็นเกมการตัดสินว่าใครจะได้เป็นแชมป์ NBA ในปีนั้นซึ่งก็กลายเป็นทีมอย่าง Dallas Mavericks ที่ได้แชมป์ NBA ในปีนั้นไปและ 1 ผู้เล่นที่อยู่ในทีมชุดนั้นนั่นก็คือ J.J Barea ทีม Dallas Mavericks การจากลาก็ต้องมาถึงเมื่อ J.J Barea ประกาศอำลา J.J Bareaในตอนนั้นยังเป็นผู้เล่นที่ไม่ได้รับความรู้จักมากสักเท่าไหร่ด้วยความที่เขาเป็นคนตัวเล็กแต่ว่ามีสกิลการเล่นบาสเกตบอลที่สูงมากๆการที่เขาได้แชมป์ในปีนั้นทำให้เขานั้นเริ่มมีชื่อเสียงมากขึ้นและหลายครีมเริ่มให้การจับตามองผู้เล่นคนนี้ หลังจากที่เขาได้แชมป์กับทีม Dallas […]

Continue Reading
นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน

นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน ที่ฝืนลงสนามแข่งอาบูดาบี ที่ร่างกายของเขายังไม่สมบูรณ์ดี100%

                ถึงกับต้องออกมายอมรับ สำหรับทาง นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน ที่เปิดเผยกับสื่อหลังจากหมดการแข่งขันรอบแรกในรายการอาบูดาบีกรังด์พรีซ์ไปแล้วว่า ตัวเขายังไม่สมบูรณ์ 100% และการหายใจของเขายังมีความลำบากอยู่ หลังจากที่ตัวเองติดเชื้อไวรัสโควิดไปแล้ว แม้ว่าจะรักษาตัวหายทันจากประเทศบาห์เรนที่ตัวเขาต้องถูกักตัวอยู่เป็นเวลาหลายคน ก่อนที่ผลตรวจเชื้อจะออกมาเป็นลบ พร้อมกับฝึกฝนร่างกายให้กับมาสู่สนามแข่งได้อีกครั้ง แต่ทว่ากลับทำอันดับตามหลังผู้เล่นทางทีมเรดบูลส์และเมอร์ซิเดสด้วยกันอย่างวัลท์เทอร์รี่ บอททาสนั่นเอง นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน ที่ตัวเขายังไม่สมบูรณ์ปอดของเขาก็ยังไม่เป็นปกติเสียทีเดียว                 คำพูดของนักแข่ง ลูวิส แฮมิลตันเมื่อจบการแข่งขันช่วงแรกไปก็คือร่างกายของเขายังไม่สมบูรณ์ดีและปอดของเขาก็ยังไม่เป็นปกติเสียทีเดียว แต่ตัวเขาก็จะแข่งรถต่อไปตราบใดที่แขนของเขาข้างใดข้างหนึ่งเป็นปกติดี เพราะตัวเขาคือนักแข่งรถและทุกคนก็คิดอย่างนี้เช่นกัน แม้ว่ามันจะไม่ใช่การแข่งขันที่ง่ายดายสำหรับเขา แต่เขาก็จะพยายามอย่างเต็มที่ต่อไปในสนาม โดยนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ได้มอง่วาปัญหาที่แชมป์โลกคนนี้จะได้รับก็คือพละกำลังของร่างกายที่จะยังคงไม่เหมือนเดิมหลังจากป่วยมาเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา                 ในเรื่องของพละกำลังนักแข่ง ลูวิส แฮมิลตันนั้น เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่ามันคือืปัญหาหลักเลยทีเดียว เพราะอาการป่วยของโรคนี้จะทำให้ร่างกายของเขาเหนื่อยง่ายขึ้นมาก แม้ว่าเขาจะพยายามนอนหลับมากแค่ไหนก็ตาม แต่ทว่ามันดูไม่เคยพอเลยสักครั้งเดียวและการกลับมาฟิตเหมือนเดิมก็ไม่ง่ายเหมือนกับช่วงเวลาก่อนหน้านี้อีกด้วย นอกจากนี้ตัวเขายังมีน้ำหนักลดลงไปอย่างมาก แต่ว่ามันจะไม่เป็นอุปสรรคที่จะทำให้เขาล้มเลิกความพยายามในการเป็นตัวแทนของทีมเมอร์ซิเดสอย่างแน่นอน                 คงจะต้องให้กำลังแก่นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตันต่อไป เมื่อตัวเขาจะยังคงแข่งขันต่อไปในรายการอาบูดาบีเป็นการส่งท้ายฤดูกาล โดยที่ตัวเองยังทำอันดับติดเป็นที่สามในการแข่งขันต่อจากแมกซ์ แวร์สตาพเพนของทีมเรดบูลส์กับวัลท์เทอร์รี่ บอททาสเพื่อนร่วมทีมเมอร์ซิเดสของเขานั่นเอง สามารถกดติดตาม การแข่งขันกีฬา และข่าวกีฬา ใหม่ๆ กับเราได้ทุกวันลูวิส แฮมิลตัน ที่ยังไม่ยืนยันหายเชื้อจากไวรัสโควิดหรือไม่ ในการแข่งขันอาบูดาบี

Continue Reading
แอนดี้ แลปธอร์น

การเรียกร้อง แอนดี้ แลปธอร์น นักเทนนิสผู้พิการกับคำวิจารณ์ต่อผู้จัดการที่ไม่ช่วยเหลือผู้พิการ

เป็นการเรียกร้องที่สมควรอย่างมาก เมื่อทาง แอนดี้ แลปธอร์น นักเทนนิสผู้พิการได้ออกมาวิจารณ์ถึงหน่วยงานผู้จัดอย่างหนักที่ไม่เคยทำความเข้าใจและอำนวยความสะดวกต่อคนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษอย่างพวกเขาเลย โดยเจ้าตัวเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ออกมาผู้ถึงผู้จัดการยูเอสโอเพ่นให้รวมการแข่งขันแบบวีลแชร์ในรายการเข้ามาด้วย หลังจากที่ในตอนแรกเหล่าผู้จัดต้องการจะยกเลิกการแข่งขันประเภทนี้ไป ซึ่งพวกเขารู้สึกว่ากำลังโดนจำกัดความต่างๆ โดยเหล่าคนปกติที่ไม่เคยศึกษาปัญหาและสอบถามพวกเขาโดยตรงนั่นเอง แอนดี้ แลปธอร์น ได้ออกมาวิจารณ์ถึงหน่วยงานผู้จัดเกี่ยวกับการช่วยเหลือ สำหรับทางแอนดี้ แลปธอร์นนี้ถือว่าเป็นหนึ่งนักเทนนิสวีลแชร์ที่ประสบความสำเร็จมากมายถึง 11 รายการแกรนด์สแลมตลอดอาชีพ รวมถึงเป็นมือวางอันดับสองของโลกในปัจจุบันได้ออกเปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า การจำกัดความนี้เป็นปัญหาสำหรับพวกเขาอย่างมาก อย่างการเดินทางในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่ทางผู้จัดคิดกันไปว่าคนพิการจะเลือกไม่เดินทางไปไหนมาไหนในช่วงนี้และพวกเขากลับมาเคยมีใครมาปรึกษาก่อนเลย  นอกจากนี้ทางแลปธอร์นยังชี้ให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมในวงการผ่านสายตาของผู้จัดว่า ผู้เข้าแข่งขันทั้งแปดคนที่เป็นผู้พิการนั้นคือนักเทนนิสมืออาชีพกลุ่มหนึ่งที่ถูกนำไปจัดอยู่ในระดับเดียวกับผู้เล่นเยาวชนที่ไม่ได้รับแม้แต่เงินรางวัลหรือเหล่าตำนานที่เข้ามาเล่นเทนนิสเพื่อโชว์ตัวและจัดแมตช์โชว์เท่านั้น รวมถึงเคยถูกนำไปเปรียบเทียบกับเทนนิสชายหาดมาแล้ว ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องผลักดันให้ผู้คนเห็นว่า นักแข่งพิการก็เป็นส่วนหนึ่งของวงการเทนนิสและยังโชคดีที่ได้ทางแอนดี้ เมอร์เรย์กับโนวัค โยโควิชที่ให้การสนับสนุนมาตลอดเช่นกัน จะเห็นได้ว่าแอนดี้ แลปธอร์นได้ออกมาพูดถึงประเด็นสำคัญที่ผู้คนทั่วโลกต่างต้องการเรียกร้อง เนื่องจากเหล่านักกีฬาวีลแชร์ก็ได้รับผลกระทบจากความไม่เท่าเทียมในสายตาของผู้มีความปกติทางร่างกายจนละเลยและเลือกตัดสินใจก่อนจะมีการพิจารณาเรื่องต่างๆ จนทางนักแข่งชื่อดังต้องออกมาชี้แจงกับเหล่าผู้จัดว่า พวกเขาต้องศึกษานักกีฬาให้มากกว่านี้เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องน่าละอายนี้นั่นเอง กดติดตามเว็บไซต์ การแข่งขันกีฬา และข่าวกีฬาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ สหพันธ์กีฬาผู้พิการ ส่งหนังสือแจ้งมายังไทย ขอยกเลิก ไอวาส เวิลด์ เกมส์ 2020 ที่จ.นครราชสีมา

Continue Reading
ไทสัน ฟิวรี่

ไทสัน ฟิวรี่ ที่ต้องการปะทะกับแอนโธนี่ โจชัว หลังจากเขาสามารถป้องกันแชมป์กับคูแบรต ปูเลฟไปได้

                เป็นไฟท์ที่ใกล้เป็นความจริงเข้าไปแล้ว เมื่อทาง ไทสัน ฟิวรี่ ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทสามสถาบันอย่างแอนโธนี่ โจชัว หลังจากที่ฝ่ายหลังสามารถป้องกันแชมป์กับคูแบรต ปูเลฟไปได้ จนมีข่างประโคมกันว่าไฟท์ต่อไปของแชมป์คนนี้น่าจะเป็นการเจอกับไทสันนั่นเอง โดยเจ้าตัวก็ไม่รอช้าออกมาท้าทายนักชกชาวอังกฤษด้วยกันว่า เขาคงเอาชนะไปได้แบบง่ายดายเพียงแต่ไม่กี่ยกเท่านั้นอีกด้วย ส่วนทางด้านโปรโมเตอร์ของไทสันเองก็ยอมรับว่านี่คือแมตช์ในฝันของวงการมวยปล้ำเช่นกัน ไทสัน ฟิวรี่ ออกมาท้าทายนักชกชาวอังกฤษด้วยกันว่าต้องการไฟท์ต่อกับ แอนโธนี่ โจชัว                 เรียกว่าเป็นข้อความที่ท้าทายอย่างจริงจังสำหรับไทสัน ฟิวรี่ที่ออกมาพูดถึงแอนโธนี่ โจชัวไว้ว่า เขาต้องการจะสู้แล้ว เขาต้องการไฟท์นี้เป็นไฟท์ถัดไปในชีวิตของเขาเลยและจะจัดการโจชัวภายในสามยกแรกอีกด้วย  ซึ่งผลงานของทางแชมป์สามสถาบันนั้นก็ไม่ธรรมดา เมื่อเขาสามารถเล่นงานทางผู้ท้าชิงอย่างคูแบรต ปูเลฟได้จนลงไปนอนถึงสามครั้ง ก่อนที่หมัดน็อคในยกเก้าจะพาชัยชนะมาให้แก่นักมวยคนนี้ที่ออกมาพูถึงไทสันในช่วงหลังไฟท์ว่า ต่อให้ใครเป็นแชมป์อีกเส้นที่เหลืออยู่ เขาก็ต้องเอาชนะให้ได้นั่นเอง                 ด้านผู้จัดมวยของไทสัน ฟิวรี่อย่างบ็อบ อารัมก็ออกมาพูถึงไฟทนี้เช่นกันว่า นี่จะเป็นการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่มีการสู้กันระหว่างโมฮัมหมัด อาลีกับโจ เฟรเซอร์ในปี 1971 และทั้งไทสันกับโจชัวจะต้องมาท้าชิงความเป็นหนึ่งในวงการนักชกนี้เช่นกัน โดยทางค่ายท็อปแรงค์จะเริ่มดำเนินการขึ้นชกของทั้งสองตั้งแต่วันทำการต่อไปเลยทีเดียว ส่วนทางเอ็ดดี้ เฮิร์นที่เป็นโปรโมเตอร์ของโจชัวเองก็ยืนยันเช่นกันว่า พวกเขาจะต้องเริ่มทำงานเพื่อให้ไฟท์นี้เกิดขึ้นจริงให้ได้อีกด้วย                 ข่าวกีฬาวันนี้ คงเป็นไฟท์ในฝันของแฟนมวยยุคปัจจุบันจริงๆ เมื่อทางไทสัน ฟิวรี่เองก็เป็นนักมวยที่น่าจับตาและมีผลงานที่เฉียบขาด ส่วนทางแอนโธนี่ โจชัวก็เป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวทสามสถาบันที่กำลังมาแรงและมีการพัฒนาฝีมือไปอย่างก้าวกระโดด จนทำให้การเจอกันของทั้งสองคงไม่ต่างจากไฟท์หยุดโลกเลยนั่นเอง

Continue Reading