นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน

นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน ที่กลับมาในรายการที่อาบูดาบี หลังจากที่เขาเกิดติดเชื้อไวรัส

                โชคยังดีสำหรับทางแชมป์โลกอย่าง นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน ที่ได้รับผลตรวจเชื้อโควิดออกมาเป็นลบในที่สุดในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังจากที่เขาเกิดติดเชื้อไวรัสตั้งแต่รายการซักเคอร์กรังด์พรีซ์ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนจนต้องถอนตัวจากการแข่งขันออกไป ก่อนที่เขาจะสามารถกลับมาทันในรายการสุดท้ายของรายการพอดีและตัวเขาพร้อมจะกลับมาลงสนามให้กับทีมเมอร์ซิเดซอีกครั้งในเมืองอาบูดาบี หลังจากทางทีมดังจากเยอรมันจะต้องใช้บริการของจอร์จ รัสเซลในการแข่งขันที่ประเทศบาห์เรนนั่นเอง นักแข่ง ลูวิส แฮมิลตัน กลับมาพร้อมลงสนามอีกครั้งจากการรักษาหายเป็นปกติ                 หลังจากที่ลูวิส แฮมิลตันกลับมาพร้อมลงสนามอีกครั้งแล้วนั้น เจ้าตัวก็ออกมายอมรับว่ามันเป็นประสบการณ์แบบหนึ่งในชีวิตของเขา แม้ว่าตัวเองจะไม่ต้องการอธิบายยรายละเอียดใดๆ มากไปกว่านี้ก็ตาม แต่สุดท้ายเขาก็ยังดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้งและยังขอบคุณที่ทีมยังให้โอกาสเขากลับมาอีกครั้ง ส่วนทางด้านนักแข่งอีกคนของทีมอย่างวัลท์เทอรี่ บอทตาสออกมาต้อนรับเขาไว้ว่า ยินดีเช่นกันที่ได้เพื่อนร่วมทีมกลับมา เพราะคงไม่มีใครคาดหวังว่าจะต้องติดเชื้อโควิดและมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลยเช่นกัน                 นอกจากการรักษาหายเป็นปกติแล้วนั้น ทางลูวิส แฮมิลตันก็ออกมาพูดถึงการฝึกซ้อมว่าตัวเขาจะต้องฝึกให้มากกว่าเดิมถึง 1 ชุดครึ่งเพื่อกลับมารู้สึกเหมือนเดิม แม้ว่าตัวเองจะยังขับรถได้ในระยะเวลาสั้นก็ตามจนแชมป์โลกจำเป็นต้องฝึกให้หนักกว่าเดิมต่อไปจนกว่าจะรู้สึกคุ้นเคยกับรถแข่งที่เขาต้องเว้นช่วงไปนาน ซึ่งความสมดุลย์ของตัวรถที่มีการปรับแปลงหลังจากการขับของรัสเซลก็ต่างไปจากเดิม  แต่เขายังคงพยายามหาจุดตัดของความพอดีกับตัวรถเพื่อพร้อมสำหรับแข่งในรายการอาบูดาบีกรังด์พรีซ์ที่จะเกิดขึ้นนั่นเอง                 แฟนๆ ของ ลูวิส แฮมิลตัน ก็คงจะพอใจไม่ใช่น้อย เมื่อทางแชมป์โลกได้หายจากโรคโควิดพร้อมกับมาคืนสนามทันเวลา ก่อนที่การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันจะจบลงในช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ โดยรายการอาบูดาบีกรังด์พรีซ์ก็น่าจะเป็นโอกาสแสดงฝีมือครั้งสุดท้ายสำหรับเหล่านักแข่งต่างๆ ที่อาจต้องการย้ายทีมในฤดูกาลหน้าอีกด้วย หากคุณไม่อยากพลาดข่าวกีฬาใหม่ ๆ อย่าลืมกดติดตาม การแข่งขันกีฬา

Continue Reading
ไนเจล โอเวนส์

ไนเจล โอเวนส์ กรรมการรักบี้ที่ประกาศแขวนนกหวีด ประกาศเกษียรตัวเอง

                ถือว่าเป็นกรรมการที่ทำผลงานมาอย่างยาวนาน สำหรับ ไนเจล โอเวนส์ ที่เพิ่งจะประกาศเกษียรตัวเองออกจากสนามไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ตัวเองทำหน้าที่ผู้ตัดสินมากว่า 100 นัดในการแข่งขันแบบนานาชาติ โดยเจ้าตัวได้ประกาศในแมตช์ระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับทีมชาติอิตาลีประจำรายการออทัมน์เนชั่นคัพจะกลายเป็นการลงสนามทำหน้าที่เป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับทิ้งสถิติการเป็นกรรมการที่ลงสนามทำหน้ามากที่สุดในเกมนานาชาติอีกด้วย ซึ่งมีระยะเวลามากกว่า 17 ปีเลยทีเดียวนับตั้งแต่ลงสนามในเกมระหว่างโปตุเกสเจอกับประเทศจอร์เจีย ไนเจล โอเวนส์ ถือเป็นตำนานผู้ตัดสินของวงการรักบี้ มากกว่า 100 นัด                 หลังจากที่ประกาศลาสนามแล้วนั้นทางไนเจล โอเวนส์ก็ออกมาพูดถึงการบอกลาอาชีพของเขาว่า ไม่มีใครสามารถทำหน้าที่ตัดสินได้ดีตลอดไป เมื่อตัวเองเริ่มอายุมากขึ้นแล้วนั้น การทำหน้าที่ก็เริ่มกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นและสิ่งที่ผุ้คนไม่เคยสนใจก็คือการทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินนั้นมีข้อจำกัดบางอย่างที่ต้องเจออย่างการเดินทางไปที่ต่างๆ โดยไม่มีโอกาสเจอหน้าครอบครัว ยิ่งกับตัวเขาที่ใช้เวลาไปมากกว่า 20 ปีในอาชีพนั้นยิ่งเป็นช่วงเวลาที่กินเวลาชีวิตเขาไปอย่างมากเลยทีเดียว                 นอกจากเรื่องการห่างกับครอบครัวแล้ว ทางไนเจล โอเวนส์ยังออกมาพูดถึงเรื่องอื่นอีกว่า เมื่อตัวเขาสูญเสียบางอย่างไปแล้ว จะไม่มีวันหวนกลับมาอีก เมื่อตัวเองได้ทำหน้ที่มาตลอดหลายปีจนกระทั่งร่างกายเริ่มตอบสนองว่าเขาไม่ไหวแล้ว นอกจากนี้ตัวเขาก็เริ่มต้องการที่จะอยู่บ้านกับครอบครัวแล้วเช่นกัน ซึ่งมันจะกลายเป็นข้อจำกัดแบบใหม่ของเขาและไม่ต้องการจะใช้เส้นทางอาชีพในระดับนานาชาติไปถึงปี 2023 ด้วยกัน เมื่อเขาสามารถตัดสินได้ครบ 100 เกมแล้ว มันก็เป็นเรื่องพิเศษในชีวิตของเขาแล้วนั่นเอง                 นับว่าทางไนเจล โอเวนส์ถือเป็นตำนานผู้ตัดสินของวงการรักบี้ก็ว่าได้ จากการตัดสินเกมระดับนานาชาติไปมากกว่า 100 นัด พร้อมกับเกมสำคัญอย่างการชิงแชมป์รักบี้โลกในปี 2015 และรายการชิงแชมป์ในระดับทวีปยุโรปอยู่หลายครั้ง จนทางประธานสมาคมของรักบี้โลกยังออกมาชื่นชมไนเจลว่า […]

Continue Reading
เอฟไอเอ จะมีเพื่อนักแข่งรุ่นใหม่

คาร์ลอส เซนซ์ ได้ถูกปฏิเสธที่จะเข้ารับการตรวจร่างกายจากทาง เอฟไอเอ

                กลายเป็นโชคร้ายของทีมเฟอร์รารี่ เมื่อนักแข่งที่พวกเขาเพิ่งจะเซ็นสัญญาเข้ามาอย่างคาร์ลอส เซนซ์ได้ถูกปฏิเสธที่จะเข้ารับการตรวจร่างกายหลังจบฤดูกาลที่อาบูดาบี เนื่องจากข้อบังคับของทาง เอฟไอเอ ที่จะต้องตรวจหาเชื้อแก่นักแข่งที่ลงสนามไม่เกินสองครั้งในรายการกรังด์พรีซ์ต่างๆ แต่ทว่ากลับเคยมีการเปิดช่องยกเว้นจากสมาคมมาแล้ว อย่างเช่นทางอดีตแชมป์โลกสองสมัยอย่างเฟอร์นานโด อลอนโซ่ของทีมรีนอลท์ จนทำให้ทางทีมม้าเร็วไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎที่ไม่เท่าเทียมกันนั่นเอง ข้อบังคับของทาง เอฟไอเอ ที่จะต้องตรวจหาเชื้อแก่นักแข่งที่ลงสนามไม่เกินสองครั้ง                 ด้านทางผู้อำนวยการจากเอฟไอเออย่างไมเคิล มาซีได้ออกมาชี้แจงกับทางสำนักข่าวบีบีซีว่า พวกเขาต้องการจะชี้แจงต่อคนขับทุกคนได้เข้าร่วมการแข่งขันรายการฟอร์มูล่าวันมากกว่าสองครั้งขึ้นไปในอาชีพของพวกเขา โดยการอนุญาตของพวกเขานั้นจะขึ้นอยู่กับตัวนักแข่งที่ไม่ได้แข่งขันในรายการใดตลอดฤดูกาล 2020 นั่นเอง นอกจากนี้ทางทดสอบต่างๆ นั้นจะเป้นการเปิดโอกาสให้กับเหล่านักขับดาวรุ่งต่างๆ ที่ต้องการลงแข่งในรายการรถสูตรหนึ่งสักครั้งอีกด้วย                 แม้ว่าข้อบังคับของทางเอฟไอเอจะมีเพื่อนักแข่งรุ่นใหม่ก็ตาม แต่ทว่าทางทีมอย่างรีนอลท์กลับเลือกทางนักแข่งอย่างเฟอร์นานโด อลอนโซ่วัย 39 ปีมาสู่ทีม โดยที่เขายังเป็นเจ้าของตำแหน่งแชมป์กรังด์พรีซ์ถึง 32 ครั้ง แต่ทว่าเจ้าตัวได้ประกาศวางมือไปตั้งแต่ปี 2018 ก่อนที่ทีมจะเลือกเซ็นสัญญาเขากลับมาในฤดูร้อนที่ผ่านมา ด้วยความที่สมคมยินดีจะนำเหล่านักแข่งวัยเก๋ากลับมานี่เองที่ทำให้ทางเฟอร์รารี่ได้เลือกตัวของคาร์ลอส เซนซ์กลับมาในวกงารอีกครั้ง แต่ทว่ากลับเจอปัญหาจากสมาคมนั่นเอง                 แฟนๆ ของทีมม้าเร็วคงจะต้องรอทางเอฟไอเอว่าจะเปลี่ยนกฎต่างๆ หรือมีการบังคับใช้ข้อบังคับกับทีมอื่นๆ อย่างไรบ้าง เนื่องจากทีมอื่นอย่างเรดบลูส์และอัลฟ่า โรเมโอที่เคยสำรองนักแข่งอายุมากมาก่อนหน้านี้แล้ว จนทางเฟอร์รารี่ก็เริ่มคาดหวังว่าพวกเขาจะได้รับสิทธินี้เช่นกัน สามารถกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และข่าวกีฬาอื่น ๆที่น่าสนใจอีกมามาย เซอร์จิโอ เปเรซ นักแข่งรถชาวเม็กซิโก […]

Continue Reading
ลูวิส แฮมิลตัน

ลูวิส แฮมิลตัน ที่ยังไม่ยืนยันหายเชื้อจากไวรัสโควิดหรือไม่ ในการแข่งขันอาบูดาบี

                แฟนๆ ของแชมป์โลกอย่าง ลูวิส แฮมิลตัน คงจะต้องลุ้นต่อไป เมื่อทางเจ้าหน้าที่จากการแข่งขันอาบูดาบีกรังด์พรีซ์ยังไม่ออกมายืนยันว่าเจ้าตัวหายจากเชื้อไวรัสโควิดหรือไม่ โดยทางนักแข่งจากทีมเมอร์ซิเดซนั้นจะต้องอดลงเล่นในประเทศบาห์เรนไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อตัวเขาติดเชื้อร้ายนี้คงต้องถอนตัวออกจากรายการซักเคอร์กรังด์พรีซ์พร้อมกับเข้ารับการกักตัวมาตั้งแต่ปล่ยเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเจ้าตัวต้องรอจนกว่าจะมีผลตรวจเป็นลบ แม้ว่าจะออกมาพูดถึงอาการที่ดีขึ้นของตัวเองแล้วก็ตาม ลูวิส แฮมิลตัน เขาติดเชื้อร้ายนี้คงต้องถอนตัวออกจากรายการซักเคอร์กรังด์พรีซ์                 หลังจากที่ทางลูวิส แฮมิลตันออกมาโพสต์ข้อความผ่านสังมออนไลน์แล้วนั้น ทางหัวหน้าทีมอย่างโตโต้ โวลฟ์ก็ยังออกมาเปิดเผยว่า ร่างกายเขากำลังดีขึ้นและทีมงานยังไม่รู้เลยว่าตัวเขาใกล้จะกลับมาลงแข่งขันอีกทีเมื่อไหร่ โดยที่พวกเขาพยายามจะทำทุกอย่างเพื่อให้เขากลับมานั่งในรถตัวเองได้อีกครั้งหนึ่ง โดยที่ตัวลูวิสเองก็มุ่งมั่นที่จะกลับมาให้ทันรายการสุดท้ายของปีอีกด้วย แต่สุขภาพของเขายังคงเป็นเรื่องหลักที่หลายคนเป็นห่วง ซึ่งจำเป็นต้องมีการตรวจสอบต่อไปจนกว่าจะมีการตัดสินใจครั้งสุดท้าย                 หากทางลูวิส แฮมิลตันไม่ได้ลงแข่งนั้นก็คงจะเป็นทางนักแข่งดาวรุ่งอย่างจอร์จ รัสเซลที่ทำผลงานได้ดีในสนามกลับมาลงแข่งให้กับทีมเมอร์ซิเดซอีกครั้ง โดยทางโตโต้ โวลฟ์ก็ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ข้อผิดพลาดของทางทีมงานที่สื่อสารกันไม่ทันจนทำให้พวกเขาไม่ทันเปลี่ยนล้อรถแข่งของรัสเซลจนทำให้เกิดยางแตกขึ้นมา พร้อมกับเสียโอกาสที่จะคว้าชัยชนะของนักแข่งชาวอังกฤษคนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งโวลฟ์ก็ออกมายืนยันว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดเหล่านี้อีกและจะมีการปรับปรุงตัวรถเล็กน้อยเพื่อการแข่งขันในอาบูดาบีอีกด้วย                 คงต้องตามกันต่อไปวาทางลูวิส แฮมิลตันหรือทางรัสเซลจะได้นั่งรถปรับปรุงใหม่ของค่ายเมอร์ซิเดซใน การแข่งขันกีฬา ที่อาบูดาบีกรังด์พรีซ์ รวมถึงทางเจ้าหน้าที่จากภาครัฐที่จะต้องมาตรวจเชื้อไวรัสของแชมป์โลกอีกครั้งหนึ่ง หากว่าตัวเขาหายทันและเดินทางออกมาจากประเทศบาห์เรนได้นั่นเอง ข่าวสารกีฬาอื่น ๆ ที่น่าติดตาม แอนดี้ เมอร์เรย์นักเทนนิสชื่อดัง ที่ยกให้ลูวิส แฮมิลตันควรได้รับบรรดาศักดิ์

Continue Reading
แพทริค รีด

แพทริค รีด สามารถทำตามฝันของตัวเองจนสำเร็จ กับเป้าหมายในการคว้าแชมป์ที่ดูไบคนแรกของสหรัฐ

                เป็นเป้าหมายที่ไม่เคยมีชาวอเมริกันคนไหนทำได้มาก่อน สำหรับทาง แพทริค รีด อดีตแชมป์มาสเตอร์ในปี 2018 ที่ออกมาเปิดเผยว่าตัวเขาต้องการจะคว้าแชมป์ในรายการเรซทูดูไบให้ได้ ซึ่งเจ้าตัวถือว่าเป็นเป้าหมายของอาชีพนักกอล์ฟเลยทีเดียว โดยตามเปอร์เซ็นต์ความเป็นไปได้นั้น คนที่เคยทำผลงานในสตรองฟิลด์ได้ถึง 65% ถึงจะมีโอกาสชนะและทางแพทริคก็เป็นหนึ่งในนั้นร่วมกันนักกอลฟ์อย่างทอมมี่ ฟลีทวูด ลีเวสต์วูดและคอลลิน โมริคาวะเท่านั้นที่ถือสถิติแบบนี้อยู่นั่นเอง แพทริค รีด เจ้าของสถิติการเป็นผู้เล่นติดสิบอันดับแรกของการแข่งขันเรซทูดูไบ                 ในปัจจุบันนั้นทางแพทริค รีดยังคงเป็นผู้นำอยู่ถึง 200 คะแนนจากการจัดอันดับตามมาด้วยทางฟลีทวูดจากประเทศอังกฤษที่กำลังตามเขามาติดๆ ซึ่งซีรีย์ยูโรเปี้ยนทัวร์จะจบลงกันที่สนามจูเมริอาห์กลอฟ์เอสเตทส์เอิร์ธคอร์สนี้นั่นเอง โดยทางนักกีฬาจากประเทศอังกฤษได้ออกมาเปิดเผยว่า ปีนี้มีความยากลำบากต่อทุกคนอย่างมากและโชคดีแล้วที่พวกเขายังมีโอกาสได้เล่นกอล์ฟในรายการต่างๆ นอกจากนี้ยังเป็นอีกปีที่พวกเขาได้กลับมาแข่งที่ดูไบและมีโอกาสคว้าแชมป์ทั้งสองรายการอีกครั้งหนึ่งเช่นกัน                 ทางด้านแพททริค รีดที่เป็นมือวางอันดับที่ 11 ของโลกนั้นก็กลายเป็นเจ้าของสถิติการเป็นผู้เล่นติดสิบอันดับแรกของการแข่งขันเรซทูดูไบเป็นครั้งที่สองจากเวลาสี่ปีหลังเช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดเผยว่าความฝันของเขาไม่แค่เพียงการเป็นแชมป์พีจีเอทัวร์ และการเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยนทัวร์ด้วย รวมถึงการเป็นแชมป์เฟดเอกซ์คัพกับรายการดูไบนั่นเอง โดยการทำเป้าหมายให้สำเร็จที่เขาเคยตั้งเป้าไว้และหากทำได้ในเร็ววันนี้นั้นก็คงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับอาชีพของเขาเลยทีเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นเจ้าตัวเคยคว้าแชมป์ดับเบิ้ลยูจีซีที่ประเทสเม็กซิโกมาก่อนเช่นกัน                 คงตองตามกันต่อไปว่าทางแพทริค รีดจะสามารถทำตามฝันของตัวเองจนสำเร็จหรือไม่ จากเดิมที่เจ้าตัวเคยประสบความสำเร็จในประเทศอื่นมาก่อน โดยมีทางทอมมี่ ฟลีทวูดที่อาจเป็นคู่แข่งคนสำคัญใยรายการเรซทูดูไบที่เขาก็ต้องการชัยชนะไม่แพ้กันนั่นเอง หากคุณไม่อยากพลาดข่าวกีฬาใหม่ ๆ อย่าลืมกดติดตาม การแข่งขันกีฬา ข่าวกีฬาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เอมิลี่ พีเดเซ่น นักกอล์ฟชาวเดนมาร์ก ที่กลับมาฟอร์มแรงอีกครั้งหลังจากตกอันดับลงไป

Continue Reading
นีล โรเบิร์ตสัน

นีล โรเบิร์ตสัน ที่คว้าแชมป์ยูเคแชมป์เปี้ยนชิพ เจ้าตัวเอาชนะมือหนึ่งของโลก

                กลายเป็นฝันสลายของจัดด์ ทรัมป์ไปแล้ว เมื่อทาง นีล โรเบิร์ตสัน กลายเป็นผู้ชนะรายการยูเคแชมป์เปี้ยนชิพ หลังจากที่ที่เจ้าตัวเอาชนะมือหนึ่งของโลกไปได้ด้วยสกอร์ 10 ต่อ 9 เฟรมพร้อมกับคว้าแชมป์จากเกาะอังกฤษไปเป็นครั้งที่สามในอาชีพ ซึ่งทั้งสองนั้นต่างสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร นับตั้งแต่ทั้งคู่สามารถทำคะแนนสู้กันได้แบบเฟรมต่อเฟรมและจบครึ่งแรกไปด้วย  4 ต่อ 4 ก่อนที่จะมาสู้กันจนเฟรมสุดท้ายที่ 9 ต่อ 9 ซึ่งนับว่าเป็นเกมแห่งปีเลยทีเดียว นีล โรเบิร์ตสัน เอาชนะ จัดด์ ทรัมป์ ด้วยสกอร์ 10 ต่อ 9 เฟรมพร้อมกับคว้าแชมป์                 เมื่อทางนีล โรเบิร์ตสันสามารถเอาชนะทางจัดด์ ทรัมป์ไปได้แล้วนั้น เจ้าตัวก็จะได้รับถ้วยรางวัลจากการแข่งขันไป โดยที่แชมป์ยูเคแชมป์เปี้ยนชิพจะได้รับเงินไปถึง 200,000 ปอนด์ด้วยกัน นอกจากนี้ยังเป็นนักชิงชนะเลิศครั้งแรกที่ไม่มีผุ้ชมในสนามอีกด้วย ซึ่งทางแชมป์คนใหม่ได้ออกมาเปิดเผยถึงความรู้สึกว่า ตัวเขาเองไม่อยากจะเชื่อเลยทีเดียว เพราะมันมีเรื่องดีๆ มากมายและเขาต้องยืมคำพูดของมาร์ค วิลเลี่ยมที่เคยพูดว่า บางครั้งมันก็เป็นเรื่องแย่ซะจนมันกลายเป็นเรื่องดีขึ้นมาเพราะทั้งสองคนต่างพยายามกันอย่างหนักนั่นเอง                 สิ่งหนึ่งที่นีล โรเบิร์ตสันได้พูดถึงเกมนี้อีกเรื่องก็คือพวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะแข่งขันให้นานถึง 19 เฟรม แต่เพราะพวกเขาต้องการจะเอาชนะแมตช์นี้ให้ได้นั่นเอง โดยเฉพาะทางแชมป์ที่เพิ่งจะแพ้ในรอบชิงชนะเลิศมาถึงสองรายการก่อนหน้านี้ทำให้เจ้าตัวจำเป็นต้องพยายามให้มากขึ้นไปอีกจนทำให้เกมนี้เหมือนอการต่อสู้ของเหล่านักรบท่ามกลางสนามใหญ่ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วจะไม่มีคนดูเลยแม้แต่คนเดียวก็ตาม […]

Continue Reading
อลิกซ์ พอพแฟม

อลิกซ์ พอพแฟม กับอาการสมองเสื่อมขั้นแรกจากของนักกีฬาชาวเวลส์

                กลายเป็นโรคประจำของเหล่านักกีฬารักบี้ไปแล้ว เมื่อทาง อลิกซ์ พอพแฟม ที่มีอายุเพียง 40 ปีได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมขั้นแรกแล้ว โดยนักกีฬาชาวเวลส์ที่เล่นตำแหน่งแฟลงเกอร์ที่เริ่มจะต้องเข้ารับการตรวจอาการป่วยที่เริ่มเปลี่ยนนิสัยของเขาไปเช่นกัน ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดเผยว่าตัวเองมีอารมณ์ที่ร้อนมากขึ้นและตัวเขาเองก็ต้องการระบายออกมา รวมถึงการลืมการทำกิจกรรมต่างๆ จนทำให้ทางภรรยาของเขาอย่างเมลต้องคอยดูแลเจ้าตัวอีกด้วย อลิกซ์ พอพแฟม เผยว่าตัวเองป่วยเป็นโรคสมองเสื่อมะต้องเข้ารับการตรวจ                 ทางอลิกซ์ พอพแฟมได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวไว้ว่า เขาเคยกระแทกประตูอย่างแรกจนพังหรือจะเป็นราวบันไดที่เขาดึงมันจนหลุดออกมา จนเขาต้องมาถามตัวเองภายหลังว่าทำไปเพื่ออะไร แต่ทว่าตัวเขาไม่ได้สามารถควบคุมตัวเองได้เลย นอกจากนี้เขาจะเริ่มลืมชื่อของคนอื่นๆ หรือไม่สามารถพูดคุยสนทนากับใครเป็นเวลานานๆ เนื่องจากจะลืมสิ่งที่พูดไปแล้ว  รวมถึงการย่างอาหารไว้ในครัวจนทำไหม้ แล้วยังมีลูกสาววัยสองขวบที่นั่งอยู่ในบ้านจนเกือบเกิดเรื่องไม่คาดฝันมาแล้วเช่นกัน                 นอกจากนี้ทางอลิกซ์ พอพแฟมยังเคยมีประสบการณ์ที่ไม่น่าจดจำจนทำให้เขารู้สึกกลัวอย่างมากเช่นการออกไปปั่นจักรยาน ซึ่งเขาเคยทำเป็นปกติ แต่ทว่าทางอดีตนักรักบี้ชาวเวลส์กลับมีอาการออกพร้อมกับลืมเส้นทางไปชั่วขณะหนึ่งจนไม่สามารถเดินทางไปต่อได้ โชคดีที่เจ้าตัวยังมีอุปกรณ์นำทางที่สามารถพาเขากลับมายังบ้านได้แม้ว่าจะหลงทางก็ตาม โดยเขาก็ได้ร้องไห้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่อลิกซ์จะเข้าไปพบแพทย์เพื่อดูอาการและได้ผลตรวจออกมาอยู่ในเกณฑ์ย่ำแย่ รวมถึงอาการยังแย่ลงไปเรื่อยๆ อีกด้วย                 นับว่าโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับอลิกซ์ พอพแฟมนั้นน่าเศร้าพอสมควรสำหรับคนที่เคยเป็นนักกีฬาชื่อดัง แต่ทว่านักรักบี้ชาวเวลส์คนนี้กลับไม่สามารถทำได้แม้แต่การปั่นจักรยานไปที่อื่นๆ หรือการทำอาหารที่กลายเป็นเรื่องยากสำหรับเขาไปแล้ว โดยการเกิดโรคนี้ได้ทำให้เจ้าตัวต้องการที่จะไปฟ้องร้องแต่สมาคมรักบี้ตามที่มีกลุ่มนักกีฬาทำอยู่นั่นเอง กดติดตามเว็บไซต์ การแข่งขันกีฬา และกีฬาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ สตีฟ ธอมป์สัน กับการฟ้องต่อสมาคมรักบี้เรื่องอาการบาดเจ็บจากการแข่งขัน

Continue Reading
สตีฟ ธอมป์สัน

สตีฟ ธอมป์สัน กับการฟ้องต่อสมาคมรักบี้เรื่องอาการบาดเจ็บจากการแข่งขัน

           กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที เมื่ออดีตนักรักบี้ชาวอังกฤษอย่าง สตีฟ ธอมป์สัน ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเขากับเพื่อนร่วมอาชีพอีก 7 คนเตรียมจะฟ้องต่อผู้มีอำนาจในวงการเนื่องจากพวกเขาได้รับอาการบาดเจ็บทางสมอง ซึ่งเหล่านักกีฬานี้กำลังรวบรวมหลักฐานต่างๆ นั่นเอง โดยทุกคนที่รวมตัวกันนั้นเริ่มมีอาการสมองเสื่อมในระดับแรกและสาเหตุก็มาจากการถูกกระแทกที่หัวเป็นประจำจากกีฬาอย่างรักบี้ที่มักจะมีการปะทะอยู่ตลอดเวลา จนพวกเขาเลี่ยงไม่ได้ที่จะบาดเจ็บเมื่ออายุเริ่มโรยราลงไปอีกด้วย สตีฟ ธอมป์สัน อดีตแชมป์โลกปี 2003 ที่ได้รับอาการบาดเจ็บทางสมอง                 ยกตัวอย่างจากสตีฟ ธอมป์สันอดีตแชมป์โลกปี 2003 กับทีมชาติอังกฤษที่ได้ลงเล่นทุกเกมในการแข่งขันนั้นจนกลายเป็นผู้ชนะนั้นกลับไม่มีความทรงจำใดๆ ในเวลานั้นอยู่เลยและมันเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับเจ้าตัวอย่างมาก โดยเหล่าจดหมายที่พวกเขากำลังร่างกันอยู่นั้นน่าจะเรียกค่าเสียงหายมากถึงหลายล้านปอนด์ พร้อมกับจะถูกส่งไปให้กับสมาคมรักบี้ประเทศอังกฤษ ประเทศเวลส์และสมาคมโลกอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นการห้องร้องครั้งแรกของวงการเลยทีเดียว                 ในกลุ่มนักกีฬาที่สตีฟ ธอมป์สันเตรียมจะยื่นการฟ้องร้องนั้นจะยังมีนักกีฬาอีกกลุ่มหนึ่งที่มีอายุตั้งแต่ 25 ถึง 55 ปีที่เริ่มมีอาการสมองเสื่อมเหมือนกับเขาที่อาจออกมาฟ้องเช่นกัน แต่ทว่าตัวแทนของสมาคมรรักบี้ได้ออกมาสัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีว่า พวกเขายังคงไม่มีความเห็นใดๆ กับเรื่องนี้ แต่สมาคมพวกเขาตั้งใจที่จะดูแลความปลอดภัยของผู้เล่นอยู่เสมอและพยายามจะหาทางเลี่ยงไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บของนักกีฬาในสนามอีกด้วย ซึ่งพวกเขาจะใช้ทั้งความรู้ การวิจัยและหลักฐานต่างๆ เพื่อออกนโยบายเพื่อความปลอดภัยนั่นเอง                 น่าเสียใจไม่น้อยที่ทางสตีฟ ธอมป์สันไม่สามารถจดจำอะไรเกี่ยวกับวันที่เจ้าตัวประสบความสำเร็จมากที่สุดผ่านการเป็นแชมป์โลกรักบี้ในปี 2003 แม้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะต้องประกาศเลิกเล่นถึงสองครั้งจากอาการบาดเจ็บที่คอ ก่อนจะส่งผลไปยังโรคสมองเสื่อมที่เขาพูดได้เพียงว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้ในอาชีพของเขาจนต้องออกมาเรียกร้องให้มีความปลอดภัยระหว่างการเล่นมากขึ้นเพื่อชีวิตของนักแข่งรุ่นน้องอีกด้วย สามารถกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และข่าวกีฬาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ฟอสเตอร์ เซ็งนิวซีแลนด์ ออลแบล๊คส์ แฟนรักบี้สนุกแต่ชวดชัยชนะ […]

Continue Reading
ทีมแมนยู

ทีมแมนยู ร่วงไปเล่นยูโรป้าลีกเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกยุโรป

ในค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นเกมการแข่งขันฟุตบอลลีกยุโรปหรือยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซึ่งทีมที่ลงทำการแข่งขันนั้นก็คือ ทีมแมนยู ซึ่งจะต้องมาเจอกับทีมไลป์ซิกทีมจากประเทศเยอรมนีซึ่งผลของการแข่งขันนั้นก็ออกมาเป็นทางฝั่งทีมไลป์ซิกเอาชนะแมนยูไปได้ 3 ประตูต่อ 2 รายการพ่ายแพ้ดังกล่าวทำให้ทีมแมนยูนั้นตกรอบการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและต้องลงไปเล่นในถ้วยเล็กอย่างยูโรป้านั่นเอง ฟอร์มการเล่นของ ทีมแมนยู เป็นฟอร์มที่ไม่สวยงาม ทำให้เสียประตูง่าย ๆ กองหลังนั้นเล่นไม่ได้เข้าฟอร์มที่เฉียบคมเหมือน ซึ่งถ้าทีมไลป์ซิกมีความเฉียบคมมากกว่านี้และก็ทีมแมนยูอาจจะเสียประตูมากกว่า 3 ประตูก็เป็นได้ รวมไปถึงกองหน้าที่แทบจะไม่มีโอกาสที่จะได้เข้าไปทำประตูเลย ถึงแม้ว่าจะมีโอกาสอยู่บ้านแต่ว่ากองหน้าก็ไม่ได้เฉียบคมเท่าที่ควรทำให้ทีมแมนยูไนเต็ดนั้นถูกออกนำไปก่อน 3 ประตูต่อ 0 เลยทีเดียว ซึ่งกว่าแมนยูจะทำประตูตีไข่แตกได้ก็เป็นช่วงเวลาครึ่งหลังแล้วจึงทำให้ไม่สามารถไล่ตามยิงคืน 3 ประตูได้นั่นเอง           จริง ๆ แล้วจะพูดว่าทีมแมนยูนั้นเล่นไม่ดีก็ไม่ได้นะครับเพราะว่าทีมไลป์ซิกเล่นดีมาก ๆ ในเกมนี้ คุมเกมแดนกลางได้ดีเยี่ยมจนแมนยูนั้นแทบจะไม่สามารถส่งบอลขึ้นไปที่กองหน้าได้เลยและต้องใช้โอกาสยิงไกลและลูกตั้งเตะเป็นส่วนใหญ่ ให้เกมส์ การแข่งขันกีฬา นัดต่อไปของทีมแมนยูไนเต็ดก็ต้องมาดูว่าทีมจะกลับมาคืนฟอร์มดีได้เหมือนเดิมไหมหรือว่าจะฟอร์มตกไปมากกว่านี้เพราะถ้าหากฟอร์มตกในเกมพรีเมียร์ลีกอังกฤษก็คงจะไม่สามารถได้ตามหัวตารางได้ทันอย่างแน่นอน สำหรับผลการแข่งขันของทีจากอังกฤษอีกทีมอย่างทีมเชลซีกับคราสโนดาร์ ผลออกมาเสมอกันที่ 1 ประตูต่อ 1 แต่ก็ไม่ได้ส่งผลอะไร เพราะเชลซีได้ผ่านเข้ารอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ข่าวสารกีฬาอื่น ๆ ที่น่าติดตาม อันโตนิโอ คอนเต้ กล่าวไม่เคยกลัวทีมไหนทั้งนั้น ใน ฟุตบอลยูโรป้าลีก

Continue Reading
เซอร์จิโอ เปเรซ

เซอร์จิโอ เปเรซ นักแข่งรถชาวเม็กซิโก ที่กลายเป็นแชมป์ในรายการซักเคอร์กรังด์พรีซ์

                อาจเป็นก้าวที่สำคัญของอาชีพนักแข่งก็ว่าได้ เมื่อทาง เซอร์จิโอ เปเรซ สามารถคว้าแชมป์ที่รายการซักเคอร์กรังด์พรีซ์มาครองได้สำเร็จในช่วงต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยนักแข่งรถชาวเม็กซิโกคนนี้จะหมดสัญญากับต้นสังกัดอย่างเรสซิ่งพอยท์หลังจากจบฤดูกาลนี้และยังเตรียมถูกแทนที่โดยเซบาสเตียน เวทเทลเป็นที่เรียบร้อยจนตัวเขาจะต้องลุ้นกับทีมอื่นๆ ว่าต้องการนักแข่งคนนี้ไปร่วมทีมหือไม่ ซึ่งมีทางทีมเรดบูลส์กำลังจับตามองเขาอยู่เช่นกัน เซอร์จิโอ เปเรซ เขาจะหมดสัญญากับต้นสังกัดหลังจากจบฤดูกาลนี้                 หลังจากที่ทางเซอร์จิโอ เปเรซสามารถคว้าแชมป์ซักเคอร์กรังด์พรีซ์ไปได้แล้วนั้น เจ้าตัวก็ออกมายืนยันว่าตัวเขาต้องการจะแข่งขันต่อไป แม้ว่าตัวเขาอาจไม่ได้ลงแข่งขันในปี 2021 แต่ทว่าเจ้าตัวก็ยังจะเตรียมความพร้อมเพื่อกลับมาลงแข่งขันในปี 2022 อยู่ดี สาเหตุที่เจ้าตัวต้องออกมาพูดถึงโอกาสในลงแข่งก็เพราะว่าทีมเรสซิ่งพอยท์ได้หาตัวแทนเขามาแล้วอย่างเซบาสเตียน เวทเทลที่เป็นอดีตแชมป์สี่สมัยมาร่วมทีม หลังจากที่ถูกถอนออกจากเฟอร์รารี่นั่นเอง ส่วนนักขับมือสองของทีมนั้นก็คือลูกชายเจ้าของทีมอย่างลอว์เรน สโตรว์อีกด้วย                 ด้วยความที่เซอร์จิโอ เปเรซลงแข่งขันในรถแข่งสูตรหนึ่งมานานถึง 19 ปีแล้วด้วยกันนับตั้งแต่ลงแข่งครั้งแรกในปี 2001 ทางเจ้าตัวก็เริ่มที่จะรู้สึกถึงความสงบในใจมากขึ้นหลังจากที่คว้าแชมป์มาได้ในการแข่งขันครั้งที่ 190 ของเขา โดยผลงานของเขาในสนามครั้งนี้ถือว่าโดดเด่นอย่างมาก แม้ว่าจะโดนชนจากชาร์ลส์ เลคเลิคในช่วงรอบแรกของการแข่งก็ตาม ก่อนที่เขาจะใช้โอกาสทองที่ทีมเมอร์ซิเดซทำพลาดจนทำให้พลิกแซงและเข้าเส้นชัยไปเป็นที่หนึ่งได้สำเร็จ ซึ่งเจ้าตัวก็รู้สึกเหลือเชื่ออยู่ไม่น้อย จากการคว้าชัยครั้งนี้ในวัย 30 ปี                 หากเซอร์จิโอ เปเรซไม่ได้ลงแข่งขันต่อในฤดูกาล 2021 คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายไม่น้อย เนื่องจากแชมป์ซักเคอร์กรังด์พรีซ์ประจำปี 2020 กำลังอยู่ในช่วงที่ตัวเองมีความมั่นใจมากที่สุด แม้ว่าตัวเขาอาจถูกมองข้ามจากทีมต่างๆ ที่หันไปเลือกนักแข่งรุ่นใหม่มากกว่าก็ตาม แต่ทว่าประสบการณ์ของเจ้าตัวน่าจะช่วยเหลือทีมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว […]

Continue Reading