เคย์ล่า แฮร์ริสัน

เคย์ล่า แฮร์ริสัน กับการทำน้ำหนักในรุ่น 145 ปอนด์ เพื่อไปอยู่ในรุ่นฟีเธอร์เวทในอนาคต

                ถือว่าเป็นนักสู้ที่น่าจับตามองคนหนึ่งเลยทีเดียว  สำหรับทาง เคย์ล่า แฮร์ริสัน ที่ตัดสินใจมาเป็นนักกีฬาวงการศิลปะป้องกันตัวหรือเอ็มเอ็มเอหลังจากที่เคยเป็นนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกมาก่อน โดยเป้าหมายของเธอนั้นก็คือการเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวงการอีกด้วย อีกทั้งการที่เธอมีทักษะจูโดมาก่อนจนสามารถประสบความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลกมาได้นั้นก็เป็นปัจจัยที่ช่วยให้เธอประสบความสำเร็จในวงการมืออาชีพเช่นกัน แต่ทว่าตัวเธอยังต้อกงารความท้าทายใหม่จนเลือกลดน้ำหนักตัวเองเพื่อไปอยู่ในรุ่นฟีเธอร์เวทในอนาคต เคย์ล่า แฮร์ริสัน เจ้าตัวได้ตัดสินใจลดน้ำหนักของตัวเธอลงมาอยู่ในรุ่นฟีเธอร์เวท                 ด้วยสถิติในวงการเอ็มเอ็มเอของทางเคย์ล่า แฮร์ริสันนั้นก็นับว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เมื่อเจ้าตัวสามารถเอาชนะได้ถึง 8 ไฟท์รวดพร้อมกับไม่เคยแพ้ใคร ซึ่งใน 8 แมตช์ที่ว่านี้เธอยังสามารถเล่นงานคู่ต่อสู้จนชนะน็อคหรือทำให้ยอมแพ้ได้มากถึง 6 ครั้งด้วยกัน พร้อมกับคว้ารางวัลจากการเป็นแชมป์ในสมาคมพีเอฟแอลไปในปี 2019 เป็นจำนวนเงินถึง 1 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ก่อนที่เธอจะตั้งเป้าหมายกลับมาสู้อีกครั้งในปี 2021 เพื่อป้องกันต้ำแหน่งของเธอนั่นเอง                 แม้ว่าทางเคย์ล่า แฮร์ริสันจะประสบความสำเร็จอย่างมากก็ตาม แต่ทว่ายังคงมีเสียงวิจารณ์ในเรื่องความเขี้ยวของคู่แข่งในดิวิชั่นของเธอ เนื่องจากตัวของแฮร์ริสันมีน้ำหนักอยู่ที่ 155 ปอนด์หรือรุ่นไลท์เวทนั่นเอง ซึ่งไม่ได้มีคู่แข่งที่มีฝีมือมากนักในรุ่น จนกระทั่งเจ้าตัวได้ตัดสินใจลดน้ำหนักของตัวเธอลงมาอยู่ในรุ่นฟีเธอร์เวทและยังคงสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างคอร์ทนีย์ คิงไปได้ นอกจากนี้เธอยังออกมายอมรับว่าการลดน้ำหนักลงนั้นจะช่วยให้เธอไปถึงเป้าหมายในการเป็นนักสู้ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการได้เพราะมันเป็นการเปิดโอกาสให้เจอกับอแมนดา นูเนสหรือคริส ไซบอกได้อีกด้วย                 ก็นับว่าทางเคย์ล่า แฮร์ริสันเองก็เป็นนักสู้ไร้พ่ายอีกคนหนึ่งที่น่าจับตามองไม่น้อยในวงการเอ็มเอ็มเอ แม้ว่าเธอจะยังคงอยู่ในสมาคมพีเอฟแอลก็ตาม แต่ทว่าในอนาคตนั้นตัวเธออาจได้มีโอกาสไปเจอคู่ต่อสู้ในรุ่นฟีเธอร์เวทคนอื่นทั้งในสมาคมเบลลาทอร์หรือยูเอฟซีได้อย่างแน่นอน หากคุณไม่อยากพลาดข่าวกีฬาใหม่ ๆ อย่าลืมกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และข่าวกีฬาอื่น ๆที่น่าสนใจ […]

Continue Reading
จอน โจนส์

จอน โจนส์ นักสู้ที่เตรียมตัวจะขึ้นไปสู่ในรุ่นเฮฟวี่เวทเป็นครั้งแรกในวงการยูเอฟซี

                จะเป็นตำนานบทใหม่ของ จอน โจนส์ ก็ว่าได้เมื่อนักสู้คนนี้เตรียมจะขึ้นไปสู้ในรุ่นเฮฟวี่เวทเป็นครั้งแรก จากเดิมที่เขาได้สร้างชื่อเสียงในวงการผ่านการขึ้นชกในรุ่นรองมาตลอดจนเป็นแชมป์ยูเอฟซีที่ครองแชมป์ได้นานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคม อีกทั้งยังสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ในรุ่นมาได้แทบทั้งหมดแล้ว จนกระทั่งตัวเขาได้ตัดสินใจที่จะย้ายไปขึ้นชกในรุ่นใหญ่ที่น้ำหนักมากกว่า 205 ปอนด์แทน แต่ทว่าหลายคนยังเป็นห่วงว่าว่าตัวเขาอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่ตัวเองคิดก็ว่าได้ จอน โจนส์ เขาจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่มากขึ้นเลยทีเดียว                 จากความสำเร็จเดิมของจอน โจนส์ในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวทนั้น ตัวเขาจะได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่มากขึ้นและมีความหลากหลายของน้ำหนักจาก 206 ปอนด์ไปจนถึง 265 ปอนด์เลยทีเดียว อีกทั้งความผิดพลาดในสังเวียนเพียงครั้งเดียวอาจจบไฟท์นั้นได้อย่างไม่ทันตั้งตัวเนื่องจากความรุนแรงของนักสู้แต่ละคนนั่นเอง นอกจากนี้ตามสถิติแล้วไม่มีแชมป์ในรุ่นใหญ่คนไหนเลยที่สามารถป้องกันแชมป์ได้ถึงสามครั้ง ซึ่งคนที่สามารถทำได้นั้นมีเพียงแค่สไตป์ ไมโอซิคเท่านั้น แม้โค้ชอย่างแบรนดอน กิบสันจะยังเชื่อมือลูกทีมตัวเองก็ตาม                 คำพูดของแบรนดอน กิบสันที่ได้พูดถึงลูกทีมตัวเองนั้นก็คือ การสู้ในรุ่นใหญ่นั้นมันเหมือนเจอกับเหล่าสัตว์ร้ายอีกประเภทหนึ่ง แต่ตัวเขาก็ได้เห็นการสู้ของจอน โจนส์มาโดยตลอดทั้งการเจอกับโอเวอร์รีม อาร์โลฟสกีและทราวิส บราวน์ อีกทั้งแม้ว่าจะมีนักสู้ในรุ่นที่มักจะโดนเปรียบเทียบว่าคล้ายกับแรมเพจ จอห์นสันมาหลายต่อหลายคน แต่ทว่าสุดท้ายแล้วจอนก็ยังเป็นตัวเองมาตลอด อีกทั้งไอคิวของเขาในสังเวียนนั้นยังสูงมาก จนเชื่อว่าต่อให้คู่ต่อสู้น้ำหนักมากกว่า 20 ฟอนด์ก็คงไม่มีผลมากนัก                 แฟนๆ ของยูเอฟซีหลายคนยังเชื่อว่าจอน โจนส์น่าจะประสบความสำเร็จในวงการยูเอฟซีอย่างแน่นอน แม้ว่าจะต้องแบกน้ำหนักขึ้นไปสู่ในรุ่นเฮฟวี่เวทที่เต็มไปด้วยคนที่ตัวใหญ่กว่าเจ้าตัว แต่ด้วยฝีมือที่แม้แต่ดาน่า ไวท์ยังยกย่องว่าเป็นสุดยอดตลอดกาลคนหนึ่ง ก็คงจะไม่ทิ้งลายแชมป์ไร้พ่ายอย่างแน่นอน ฝากกดติดตามเว็บไซต์ ข่าวกีฬาวันนี้ และข่าวกีฬามวยที่น่าสนใจ กลับมาเปิดอีกครั้งไฟท์ของ […]

Continue Reading
เกรก แจ็คสัน

เกรก แจ็คสัน โค้ชสอนศิลปะป้องกันตัวนักสู้ที่ต้องการทำงานในสภาภาคองเกรซ

                เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ดีไม่น้อย เมื่อทาง เกรก แจ็คสัน ต้องการจะลงรับสมัครเลือกตั้งเพื่อเข้าไปทำงานในสภาคองเกรซ ซึ่งโค้ชสอนศิลปะป้องกันตัวชื่อดังนี้กำลังพิจารณาเพื่อลงในนามของผู้แทนอิสระในรัฐนิวเม็กซิโกเพื่อโอกาสที่จะทำงานด้านการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยทางเกรกเองได้เปิดอคาเดมี่แห่งหนึ่งในเมืองอบูคีคีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนทางด้านผู้ที่ทำหน้าที่นี้อยู่ในปัจจุบันนั้นกำลังจะมีโอกาสได้ไปร่วมงานกับโจ ไบเดนในฐานะเลขาธิการ ซึ่งจะทำให้ตำแหน่งนี้ว่างอยู่นั่นเอง เกรก แจ็คสัน ต้องการจะลงเลือกตั้งดูสักครั้งเพื่อที่จะตอบแทนสิ่งต่างๆ                 จากการรายงานของแอกเชียสนั้น ทางเกรก แจ็คสันได้กล่าวเอาไว้ว่า ตัวเขาต้องการจะลงเลือกตั้งดูสักครั้งเพื่อที่จะตอบแทนสิ่งต่างๆ ให้กับชุมชนตัวเองและตัวเขารู้สึกว่าสามารถสร้างความแตกต่างให้แก่พื้นที่ได้ ซึ่งจากคำสัมภาษณ์ของคนสนิทอย่างจอน โจนส์กับคาร์ลอส คอนดิทนั้นได้เปิดเผยว่า ทางเกรกเริ่มสนใจในการเมืองมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว รวมถึงต้องการที่จะปฏิรูปด้านแผนกอาชญากรรม อีกทั้งต้องการจะสอนเหล่าตำรวจเพื่อใช้เทคนิคด้านศิลปะป้องกันตัวเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับผู้ร้ายจนกลายเป็นเกินกว่าเหตุ                 นอกจากทางเกรก แจ็คสันจะสนใจไปที่การเมืองมานานแล้ว ตัวเขายังเริ่มเดินสายไปฝึกสอนเหล่าตำรวจเพื่อใช้ศิลปะป้องกันตัวในการทำหน้าที่เพื่อป้องกันเหตุร้ายต่างๆ ส่วนโอกาสที่เจ้าตัวจะได้เข้าไปทำงานในสภาคองเกรสในอนาคตนั้นอาจจะต้องติดตามต่อไป ด้านตัวแทนคนเก่าอย่างเด็บ ฮาแลนด์นั้นได้ทำหน้าที่แทนมิเชล กริสแชมหลังจากที่เธอได้รับตำแหน่งเป็นผู้ว่าของรัฐนิวเม็กซิโก จนทำให้ฝ่ายพรรคเดโมแครตต้องการจะรักษาตำแหน่งนี้เอาไว้ ส่วนทางคู่แข่งโดยตรงอย่างพรรครีพับบลิกันก็คงจะหาตัวแทนคนใหม่ที่จะมาแข่งขันกับฐานเสียงเดิมอีกเช่นกัน                 หากเกรก แจ็คสันเองได้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาคองเกรสนั้นก็คงจะเป็นที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะเป้าหมายของตัวเขาเองที่ต้องการจะช่วยเหลือฝ่ายตำรวจรวมถึงผู้ต้องหาที่อาจเคยโดนพฤติกรรมของเหล่าผู้ใช้กฎหมายทำเกินกว่าเหตุ จนกระทั่งการปฏิรูปเหล่านี้น่าจะช่วยให้เหล่าตำรวจไม่เกิดปัญหาเหมือนที่เคยเป็นมา สามารถกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และเรื่องราวเกี่ยวกับกีฬาที่น่าสนใจ เซอร์จิโอ เปเรซ นักแข่งรถชาวเม็กซิโก ที่กลายเป็นแชมป์ในรายการซักเคอร์กรังด์พรีซ์

Continue Reading
ฟิล เดอฟรายส์

ฟิล เดอฟรายส์ อดีตนักสู้ของยูเอฟซี ผู้เรียกร้องที่ปรึกษาทางจิตเพื่อนักสู้

                เป็นการเรียกร้องที่น่าสนใจพอสมควร เมื่อทางอดีตนักสู้ของยูเอฟซีอย่าง ฟิล เดอฟรายส์ ได้ออกมาพูดถึงช่วงเวลาที่ตัวเขายังอยู่กับสมาคมเก่าไว้ว่า ตัวเองมีประสบการณ์ที่ไม่ดีนักทั้งการขึ้นชกเอาชนะได้เพียงครั้งเดียวในไฟท์เปิดตัว ก่อนที่จะแพ้รวดถึง 3 ครั้งจนกระทั่งถูกไล่ออกไปในที่สุด ซึ่งตัวเขานั้นมีอาการวิตกกังวลก่อนขึ้นชกเสมอ จนทำให้ตัวเองมีผลงานที่ไม่ดีและต้องการเอาประสบการณ์ของตัวเองมาเปิดเผยกับผู้คน รวมถึงการมีนักจิตวิทยามาให้คำปรึกษากับนักกีฬาที่อาจมีปัญหาเหมือนเจ้าตัวก็คงดีไม่น้อยเลยทีเดียว ฟิล เดอฟรายส์ พูดถึง นักจิตวิทยามาให้คำปรึกษากับนักกีฬา แบบเขาก็คงจะดี                 จากการเปิดเผยของฟิล เดอฟรายส์นั้นได้ออกมาพูดถึงช่วงเวลาของเขาในยูเอฟซีว่า เจ้าตัวมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตเมื่อย้อนกลับไปในอดีต ซึ่งตลอดชีวิตนักมวยของเขานั้นมักจะเกิดอาการมาตลอด เมื่อก่อนจะขึ้นชกนั้นเขาจะเริ่มเกิดความไม่มั่นใจขึ้น ซึ่งตัวเขาก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างการตั้งคำถามว่า ถ้าหากตัวเองแพ้จะทำอย่างไรหรือเกิดถูกน็อคขึ้นมา หากตัวเขาจะต้องถูกไล่ออกไปแล้วจะทำอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะการที่เขามักจะถูกจัดไฟท์ให้เป็นมวยรองก็ยิ่งเพิ่มความวิตกกังวลของตัวเองไปมากกว่าเดิม แล้วตัวเขาก็แพ้ขึ้นมาจริงๆ                 เมื่อตอนที่ฟิล เดอฟรายส์ได้ถูกฉีกสัญญาจากสมาคมยูเอฟซีไปแล้วนั้น เขาก็เริ่มเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น รัสเซียและบ้านเกิดอย่างอังกฤษ แต่อาการของเขากลับไม่ดีขึ้นเลยจนต้องหันไปพึ่งแอลกอฮอล์แทนในเวลาต่อมา เมื่อตัวเขาเริ่มติดการดื่มมากขึ้นนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ตัวเองได้รู้จักกับอาการทางจิตประเภทจิต จากเดิมที่เขาติดว่าอาจตื่นเต้นมากเกินไป ก่อนที่จะได้ศึกษาอาการของตัวเองจนทำความเข้าใจกับมันในที่สุด นอกจากนี้ตัวเขายังไม่เคยพบกับความพ่ายแพ้อีกเลยนับตั้งแต่รู้จักโรคนี้นั่นเอง                 กลายเป็นว่าช่วงที่อยู่ในจุดสูงสุดของฟิล เดอฟรายส์กลับกลายเป็นช่วงที่เขามีอาการวิตกกังวลมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งตัวเขาได้ออกมาพูดถึงอาการนี้ว่า ในวงการที่นักสู้มักจะมีหัวใจที่แข็งแกร่งนั้น อาจทำให้นักกีฬาหลายคนไม่รู้ตัวว่าอาจมีอาการที่จำเป็นต้องรับการปรึกษาอย่างเขาได้เช่นกัน กดติดตามเว็บไซต์ ข่าวกีฬาวันนี้ และกีฬามวยที่น่าสนใจ ความมุ่งมั่นของ อันโตนิโอ อาร์โรโย่ ในยูเอฟซี นักสู้ที่โชคร้ายพอสมควร

Continue Reading
มิชา ตาเต้

มิชา ตาเต้ ที่อาจกลับมาสู่วงการต่อสู้เอ็มเอ็มเอหลังจากเจ้าตัวได้ลาออกไป ปี 2016

                ย้อนไปในปี 2016 นั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สะเทือนวงการเลยทีเดียว เมื่อทาง มิชา ตาเต้ ได้ตัดสินใจเลิกชกหลังจากที่เธอแพ้ต่อราเควล เพนนิ่งตันในรายการยูเอฟซีครั้งที่ 205 ซึ่งขณะนั้นตัวเธอมีอายุเพียง 30 ปีเท่านั้น รวมถึงเพิ่งจะคว้าแชมป์รุ่นแบทตัมเวทมาครองได้อีกด้วย แต่ทว่าเจ้าตัวกลับเลือกที่จะลาออกจากวงการเอ็มเอ็มเอไปอย่างน่าเสียดาย โดยสาเหตุที่ทำให้เธอต้องเลิกชกไปทั้งที่ยังอยูในช่วงรุ่งเรืองของตัวเองนั้นก็มาจากไฟในการต่อสู้ของเธอหมดลงไปนั่นเอง มิชา ตาเต้ เธอก็ได้ย้ายมาเป็นทำหน้าที่รองประธานกับผู้บรรยายของสมาคมวัน                 แต่ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปถึง 4 ปีนั้น ทางมิชา ตาเต้ก็ได้แสดงความต้อกงารจะกลับมาสู่วงการอีกครั้ง เมื่อเธอได้ไปสัมภาษณ์กับรายการของเจมส์ ลินช์ว่าตัวเองอาจมีโอกาสกลับไปสู่วงการอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับต้องการสู้กับแชมป์รุ่นฟีเธอร์เวทในสมาคมเบลลาทอร์อย่างคริส ไซบอร์กอีกด้วย โดยเธอย้อนไปพูดถึงสัญญาของตัวเองกับสมาคมยูเอฟซีว่ายังมีไฟท์ต้องขึ้นชกอีก 6 ครั้ง ซึ่งถ้าหากเธอต้องการไปสู้กับใครสักคนในสมาคมอื่นก็จะเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ยกเว้นแต่ว่าทางไซบอร์กต้องการท้าเจอกันแบบแมตช์มวยปล้ำสมัครเล่น เธอเองก็คงไม่ปฏิเสธ                 สำหรับไฟท์ระหว่างมิชา ตาเต้กับคริส ไซบอร์กนี้ถือว่าเป็นที่พูดถึงมาเป็นเวลานานแล้ว หลังจากที่เธอสาสามารถคว้าแชมป์ยูเอฟซีรุ่นแบนตัมเวทจากฮอลลี่ โฮล์มมาได้นั้น ทางแชมป์ก็ได้ออกมาท้าทายกับคริส ไซบอร์ก แต่นักสู้คนนี้กลับติดสัญญากับอีกไฟท์ไปแล้ว จนกระทั่งทางมิชาได้ลาออกจากวงการเอ็มเอ็มเอไปจนเธอเองต้องออกมาพูดถึงแมตช์ประเภทอื่นอย่างมวยปล้ำสมัครเล่นที่น่าจะไม่ผิดสัญญาที่ตัวเองเคยทำเอาไว้ในสมาคมยูเอฟซีนั่นเอง                 หากทางมิชา ตาเต้ได้มีโอกาสมาแสดงฝีมืออีกครั้งกับทางคริส ไซบอร์กจะถือว่าเป็นการร่วมมือกันระหว่างสองสมาคมอย่างเบลลาทอร์กับวันแชมป์เปี้ยนชิพ โดยนับตั้งแต่เธอลาออกไปจากวงการเอ็มเอ็มเอในฐานะนักสู้แล้วนั้น เธอก็ได้ย้ายมาเป็นทำหน้าที่รองประธานกับผู้บรรยายของสมาคมวันจนถึงปัจจุบัน สามารถกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ แลกีฬามวยที่น่าสนใจ สู้เพื่อแชมป์โลก “สุนิษา” […]

Continue Reading
เซอร์จิโอ้ เปเรซ

เซอร์จิโอ้ เปเรซ ที่เซ็นสัญญากับเรดบลูเป็นเวลา 1 ปี ให้เข้ามาร่วมงานในที่สุด

                นับว่าเป็นเพราะผลงานในรายการซักเคอร์กรังด์พรีซ์ก็ว่าได้ที่ทำให้ทาง เซอร์จิโอ้ เปเรซ ได้ลงแข่งในฤดูกาล 2021 ของฟอร์มูล่าวันต่อไป หลังจากที่เจ้าตัวได้หมดสัญญากับเรสซิ่งพอยท์และมีข่าวออกมาว่าจะไม่ได้ลงแข่งในปีหน้าได้นั่นเอง แต่ทว่าจากชัยชนะที่ประเทศบาห์เรนได้นั้น ก็ทำให้ทีมอย่างเรดบูลได้เลือกเข้ามาร่วมงานในที่สุด โดยตัวเขาจะมาแทนที่นักแข่งลูกครึ่งอังกฤษไทยอย่างอเลกซ์ อัลบอนที่จะยังอยู่กับทีมต่อไปในฐานะนักแข่งสำรอง ซึ่งตัวเขาจะได้ลงสนามพร้อมกับนักขับรถอีกคนอย่างแมกซ์ แวร์สแทพเพนนั่นเอง เซอร์จิโอ้ เปเรซ ออกมาขอบคุณโอกาสที่ทีมนี้ได้เลือกเขามาสู่ทีมในการลงแข่ง                 เมื่อเซอร์จิโอ้ เปเรซได้เซ็นสัญญาไปอีก 1 ปีกับทีมเรดบูลแล้วนั้น ทางทีมรถแข่งจากเครื่องดื่มนี้ก็ได้ออกมาพูดถึงการร่วมทีมของเขาว่า ทางอเลกซ์ อัลบอนถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของพวกเขาและทางสโมสรได้พิจารณาเรื่องนี้มาเป็นเวลานาน รวมถึงเป็นการตัดสินใจที่สำคัญของพวกเขาเช่นกัน จากการที่พวกเขาได้นำข้อมูลต่างๆ วิเคราะห์ผ่านผลงานในสนามแข่งฟอร์มูล่าวันได้ทำให้ทีมต้องนำตัวของเซอร์จิโอ้เข้ามาในที่สุด รวมทั้งจะมาร่วมงานกับทางแมกซ์ แวร์สแทพเพนในสนาม ส่วนทางอเลกซ์จะยังคงเป็นคนสำคัญต่อไป พร้อมกับต้องพัฒนาตัวเองให้พร้อมกับปี 2022 เช่นกัน                 ส่วนด้านนักแข่งอย่างเซอร์จิโอ้ เปเรซเองนั้นก็ได้ออกมาเปิดเผยความในใจของเขานั้นได้ออกมาขอบคุณโอกาสที่ทีมนี้ได้เลือกเขามาสู่ทีม โดยเฉพาะโอกาสที่จะได้ลงแข่งในฐานะทีมที่เป็นจอมคว้าแชมป์นั้นเป็นสิ่งที่ตัวเขาใฝ่ฝันมาตลอดนับตั้งแต่เข้าวงการมาแล้ว รวมถึงการร่วมงานกับแมกซ์เองจะเป็นสิ่งที่เขาภูมิใจแน่นอน โดยเซอร์จิโอ้จะพุ่งความสนใจไปที่ฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน เพราะทีมเองก็มีความต้องการเอาชนะเหมือนกับเขาอีกด้วย                 คงจะต้องตามกันต่อไปว่าผลงานของเซอร์จิโอ้ เปเรซกับทีมเรดบูลจะออกมาเป็นรูปแบบใดบ้าง หลังจากที่พวกเขาได้อดีตแชมป์ที่บาห์เรนมาไม่นานมานี้ รวมถึงคนในทีมรถแข่งนี้ต่างแสดงความเห็นว่า หากนักแข่งชาวเม็กซิโกคนนี้ไม่ได้ลงแข่งขันในฤดูกาล 2021 ก็คงเป็นเรื่องน่าเสียดายนั่นเอง สามารกดติดตาม ข่าวกีฬาวันนี้ และการแข่งขันกีฬาอื่น ๆ ฤดูกาล การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งหมด […]

Continue Reading
คัลลัม สมิธ

คัลลัม สมิธ ที่ไม่ต้องการชื่อเสียงจากไฟท์ที่เจอกับเซา คาเนโล่ อัลวาเรซ

                อาจเป็นเรื่องที่ผิดคาดของนักมวยอยู่ไม่น้อย เมื่อทาง คัลลัม สมิธ ออกมาบอกว่าตัวเขาไม่ได้ต้องการสร้างชื่อเสียงจากไฟท์ที่เจอกับเซา คาเนโล่ อัลวาเรซเพื่อการชิงแชมป์ดับเบิ้ลยูบีเอซูเปอร์มิดเดิ้ลเวท รวมถึงเข็มขัดอีกเส้นของสมาคมดับเบิ้ลยูบีซีเพื่อรวมแชมป์เช่นกัน นอกจากนี้ทางคาเนโล่ อัลวาเรซยังมีสถิติการไฟท์ที่ดีอย่างมาก เมื่อเขาแพ้ไปเพียงครั้งเดียวตลอดอาชีพในแมตช์ที่เจอกับฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ในปี 2013 และยังถือว่าเป็นหนึ่งในนักมวยที่ครบเครื่องมากที่สุดคนหนึ่งของวงการ คัลลัม สมิธ หากเขาชนะเขากลายเป็นดาวดวงใหม่ของวงการมวยสากลอาชีพ                 โดยทางคัลลัม สมิธนั้นได้เปิดเผยถึงไฟท์ของเขาว่า หากเขาชนะนั้นอาจเป็นสิ่งที่ได้รับมาอาจเกินกว่าที่ตัวเองต้องการมาตลอด เพราะมันจะทำให้เขากลายเป็นดาวดวงใหม่ของวงการมวยสากลอาชีพ แต่ตัวเขานั้นก็ต้องการความเป็นคนดังและทำให้ทุกคนต้องเข้ามาทักแล้วชื่นชมว่า มันเป็นชัยชนะที่สุดยอดไปเลยทีเดียว แต่ทว่าเขากลับไม่ได้ต้องการมีชื่อเสียงขนาดนั้น เพราะใครสักคนต้องวิ่งไล่ตามหาชื่อเสียงหรือเงินทองนั้น มันจะต้องเกิดขึ้นตลอดไปไม่มีวันจบสิ้น                 แม้ว่าสถิติของคัลลัม สมิธเองจะสามารถเอาชนะถึง 27 ครั้งรวดจากการเข้าสังเวียน 27 ไฟท์ก็ตาม แต่ทว่าในการสู้กับเซา คาเนโล่ อัลวาเรซกลับกลายเป็นเขาเองที่ต้องเป็นมวยรองไปเสียอย่างนั้น เนื่องจากทางอัลวาเรซมีชื่อเสียงมากกว่านั่นเอง รวมถึงเคยเซ็นสัญญาเพื่อถ่ายทอดการแข่งขันเป็นมูลค่ากว่า 278 ล้านปอนด์แต่ทว่ากลับมีปัยหากันในภายหลัง ส่วนการขึ้นชกกับคัลลัมนั้นจะทำให้ตัวเขามีโอกาสคว้าแชมป์ซูเปอร์มิดเดิ้ลเวทเพื่อทำสถิติแชมป์ในน้ำหนักถึง 4 รุ่นด้วยกัน จากน้ำหนักที่ 154 ไปสู่ 175 เลยทีเดียว                 กลายเป็นว่าทางคัลลัม สมิธจะมีโอกาสป้องกันแชมป์ดับเบิ้ลยูบีเอกับคว้าแชมป์ดับเบิ้ลยูบีซีในรุ่นซูเปอร์มิดเดิ้ลเวทมาพร้อมกันเลยทีเดียว หากพวกเขาสามารถเอาชนะทางเซา […]

Continue Reading
ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น

ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น ที่ถูกเลื่อนออกไปสู่เดือนกุมภาพันธ์ ตามเงื่อนไขป้องกันเชื้อไวรัสโควิด

                กลายเป็นข่าวร้ายของแฟนๆ เทนนิสเลยทีเดียว เมื่อรายการแกรนด์สแลมอย่าง ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น ได้ถูกเลื่อนไปสู่เดือนกุมภาพันธ์ตามเงื่อนไขป้องกันเชื้อไวรัสโควิด ที่จากเดิมนั้นจะต้องเริ่มแข่งขันในช่วงเดือนมกราคมในวันที่ 18 ถึง 31 จนต้องเลื่อนอีกเดือนแทน ส่วนการคัดเลือกนั้นก็จะเกิดขึ้นที่โดฮา ประเทศกาตาร์และเริ่มในวันที่ 10 มกราคม ส่วนผู้ที่เข้ารอบได้นั้นจะต้องเดินทางมายังเมืองเมลเบิร์นตั้งแต่วันที่ 15 เพื่อกักตัว 14 วันเพื่อดูอาการว่าติดเชื้อหรือไม่ ก่อนที่จะเริ่มลงแข่งขันได้ในเวลาต่อมานั่นเอง ออสเตรเลี่ยนโอเพ่น นี้ถูกเลื่อนไปเพราะต้องการตรวจเชื้อนักกีฬาก่อนนั่นเอง                 ตามกฎที่ทางทีมงานได้วางแผนไว้สำหรับออสเตรเลี่ยนโอเพ่นนั้น ทางผู้เล่นจะต้องถูกกักตัวอยู่ในโรงแรมที่สมาคมได้จัดเอาไว้ โดยพวกเขาจะต้อใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมตลอด 14 วันและจะมีโอกาสอยู่นอกห้องได้เพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้นเพื่อออกไปออกกำลังกาย ฝึกเทนนิสที่สนามซ้อมและรับประทานอาหาร นอกจากนี้จะมีทีมงานเพียงแต่คนเดียวที่สามารถเจอกับนักแข่งคนนั้นๆ โดยพวกเขาจะมีโอกาสซ้อมมือกับคู่ซ้อมเพียงคนเดียวตลอดการกักตัวในระยะเวลา 7 วันแรก หากมีใครฝ่าฝืนกฎนี้นั้นก็จะถูกตัดออกจากการแข่งขันทันที                 นอกจากการการเลื่อนออสเตรเลี่ยนโอเพ่นไปสู่เดือนกุมภาพันธ์แล้วนั้น ทางแดนจิงโจ้ก็จะมีการจัดการแข่งขันเอทีพีทัวร์ที่เมืองเมลเบิร์นเช่นกันและจะเกิดขึ้นก่อนแกรนด์สแลมชื่อดังของพวกเขา แต่ทว่าทางนักแข่งยังจะพอมีข่าวดีอยู่บ้าง เมื่อหลังจากที่พวกเขาได้กักตัวและมีผลตรวจเชื้อออกมาเป็นลบหมดทั้งห้าครั้งแล้ว ทางนักกีฬาก็จะได้รับอนุญาตให้เดินทางและใช้ชีวิตได้อย่างปกติในช่วงที่แข่งขัน เพราะทางประเทศออสเตรเลียเองก็มั่นใจมากว่าในประเทศนั้นสามารถยับยั้งการเกิดเชื้อไวรัสนี้ได้นั่นเอง                 เรียกได้ว่าการแข่งขันออสเตรเลี่ยนโอเพ่นนี้ถูกเลื่อนไปเพราะต้องการตรวจเชื้อก่อนนั่นเอง ซึ่งการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้จะเป็นแกรมสแลมแรกของปีที่หลายคนเฝ้ารอคอย รวมถึงจะเป็นการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้มีผู้ชมเข้ามาในสนามถึง 1,000 คนตามมาตรการผ่อนปรนการรักาษระยะห่าง แม้ว่าทุกคนยังต้องสวมหน้ากากต่อไปก็ตาม สามารถกดติดตาม การแข่งขันกีฬา และข่าวสารวงการกีฬาเทนนิส นาดาล […]

Continue Reading
การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน

ฤดูกาล การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งหมด 23 สนาม

                จะกลายเป็น การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ที่ยาวที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว เมื่อทางสมาคมเอฟไอเอได้ประกาศออกมาว่าในฤดูกาล 2021 จะมีการแข่งขันตั้งแต่เดือนมีนาคมยาวไปจนถึงธันวาคมเลยทีเดียว ซึ่งจะมีทั้งหมด 23 สนามให้นักแข่งได้พิสูจน์ฝีมือกัน โดยจะเริ่มต้นจากการแข่งขันที่ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะไปจบที่เมืองอาบูดาบีอย่างในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ตามตารางการแข่งขันจะไม่มีการงดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดและทางสมาคมเชื่อว่าจะสามารถแข่งขันได้ตามที่คิดไว้แน่นอน การแข่งขันรถฟอร์มูล่าวัน ที่แสนยาวนานอย่างแน่นอน หากไม่มีอะไรผิดพลาด                 ในสนามแรกที่จะมีการฟอร์มูล่าวันนั้นจะเป็นการแข่งขันออสเตรเลียกรังด์พรีซ์ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันที่มีแฟนๆ สามารถเข้าชมในสนามได้ เนื่องจากพวกเขามีความเข้มงวดกับการเว้นระยะห่างทางสังคมและระบบติดตามตัวจนทำให้พวกเขาไม่มีการแพร่ระบาดในประเทศอย่างที่อื่น ส่วนสนามอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือการถอนรายการที่เวียดนามออกไป รวมถึงการแข่งขันที่สนามเดิมอย่างเซาเปาโลที่ประเทศบราซิล อีกทั้งการย้ายดัตช์กรังด์พรีซมาอยู่ในช่วงฤดูกาลใบไม้ผลิที่ประเทศยุโรปเพื่อแข่งขันต่อจากสนามที่ประเทศเบลเยี่ยมที่อยู่ติดกันนั่นเอง                 จากตารางของการแข่งขันฟอร์มูล่าวันนั้น ตามฤดูกาลก็จะเปิดตัวในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียกับเมืองซักเคอร์ที่ประเทศบาห์เรนในเดือนมีนาคม มาจนถึงการแข่งขันที่ประเทศจีนกับอีกรายการหนึ่งที่ยังไม่มีการประกาศในเดือนเมษายน ก่อนจะเริ่มทั่วยาวที่ประเทศในทวีปยุโรป อย่างสเปน อาร์เซอไบจาน ฝรั่งเศส ออสเตรีย สหราชอาณาจักร ฮังการี เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์ อิตาลี รัสเซีย ก่อนที่จะเริ่มมาในโซนเอเชียอย่าง สิงค์โปรที่ปิดประเทศแข่งขันกัน มาจนถึงญี่ปุ่น และข้ามไปยังทวีปอเมริกาเหนือและใต้อย่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโก ก่อนจะจบที่ตะวันออกกลางอย่างที่รู้กัน                 นับว่าเป็น การแข่งขันกีฬา ฟอร์มูล่าวันที่แสนยาวนานอย่างแน่นอน หากไม่มีอะไรผิดพลาดนั้นฤดูกาลนี้จะลากยาวกว่า 10 เดือนเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องน่ากังวลเดียวก็คือการแพร่ระบาดของโควิดที่อาจทำให้นักแข่งบางคนไม่สามารถลงเล่นได้ตลอดหรือบังเอิญติดเชื้ออย่าง ลูวิส […]

Continue Reading
โรส นามาจูนาส

โรส นามาจูนาส ที่ต้องการชิงแชมป์สตรอว์เวท กับเจ้าของตำแหน่งอย่างจาง เวยลี

                กลายเป็นการให้สัมภาษณ์ที่ขัดแย้งกันไปเสียอย่างนั้น หลังจากที่ โรส นามาจูนาส ได้ออกมาเปิดเผยว่าตัวเธอเองต้องการชิงแชมป์สตรอว์เวทกับเจ้าของตำแหน่งอย่างจาง เวยลี หลังจากที่ทั้งสองเพิ่งจะเก็บชัยชนะมาได้อย่างสวยงาม ซึ่งจางสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างโจอานนา เจดเรคในไฟท์ที่อาจแมตช์แห่งปีก็ว่าได้ ส่วนทางนามาจูดาสนั้นเพิ่งจะสามารถแก้แค้นคู่ปรับเก่าอย่างเจสสิก้า แอนดราเด้มาได้เช่นเดียวกัน แต่ทว่าทางประธานสมาคมยูเอฟซีอย่างดาน่า ไวท์กลับไม่เห้นด้วยที่ทั้งสองจะสู้กันอีกครั้ง จากการสัมภาษณ์ที่สวนทางกันว่า โรส นามาจูนาส ต้องการชิงแชมป์สตรอว์เวทจริงหรือไม่                 ตามคำพูดของทางดาน่า ไวท์นั้น ตัวเขาได้เปิดเผยว่า ทางโรส นามาจูนาสไม่ได้ต้องการชิงแชมป์โลกในเวลานี้อย่างแน่นอน ซึ่งไวท์เชื่อว่า นามาจูนาสไม่ชอบความกดดันที่ตัวเองมีขณะที่ยังเป็นแชมป์อยู่ ซึ่งทางสมาคมจะต้องติดตามเธอต่อไปว่า จะเกิดไฟท์ไหนในอนาคต แต่ทว่าทางคู่หมั้นและโค้ชส่วนตัวของเธอนั้นได้ออกมาปฏิเสธว่า สิ่งที่ไวท์พูดไม่เป็นความจริง เพราะแฟนสาวของเขาต้องการชิงแชมป์อย่างแน่นอน เพราะคงไม่มีใครในโลกที่ต้อกงารปฏิเสธการเป็นแชมป์ อีกทั้งหากดาน่า ไวท์สับสนแล้วละก็ให้ติดต่อเขาโดยตรงได้เลย                 จากการสัมภาษณ์ที่สวนทางกันของทั้งสองฝ่ายนั้น ทางโรส นามาจูนาสคงต้องไปเจรจากับสมาคมใหม่อีกครั้งว่าตัวเธอต้องการอะไรแน่ หากทางนักสู้คนนี้ไม่ได้สามารถเจรจากับทางสมาคมได้นั้น ทางดาน่า ไวท์ก็มีตัวเลือกสำรองอยู่เช่นกัน ซึ่งตามลำดับคะแนนนั้น ตัวเขาคงจะยกให้จาง เวยลีเจอกับคาร์ลา เอสปาร์ซ่าแทน โดยเธอคนนี้ถือว่าเป็นคนแรกของรุ่นในสมาคมยูเอฟซี ก่อนที่จะเสียแชมป์สตรอว์เวทให้กับโจอานนา เจดเรคและไม่ได้มีโอกาสทวงแชมป์คืนเลยนับแต่นั้นเป็นต้นมา                 หากทางโรส นามาจูนาสได้ชิงแชมป์นั้นก็คงจะมาถึงจุดที่เธอสามารถกบกู้ชื่อเสียงของตัวเองได้อีกครั้ง หลังจากที่เคยเสียแชมป์สตรอว์เวทมาก่อน แต่กลับเสียท่าแพ้ให้กับเจสสิก้า อันดราเด้ในปี 2019 […]

Continue Reading